คุ้มไหม ถ้าจะติดระบบ Solar Roof (โซลาร์ รูฟ) แบบมีแบตเตอรี่?

        เจ้าของบ้านหลายท่านเริ่มหันมาสนใจการติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) บนหลังคามากขึ้น  เนื่องด้วยพฤติกรรมของเจ้าของบ้านที่เปลี่ยนไป หันมาใช้ชีวิตภายในบ้านมากขึ้น รวมถึงการต้อง Work From Home เพื่อลดความความเสี่ยงจาการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) และมลพิษฝุ่น PM 2.5 ทำให้มีการใช้ไฟ – เปิดแอร์ช่วงกลางวันมากขึ้น  ส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นถึง 30-50% เจ้าของบ้านหลายท่านจึงมองหาโซลูชั่นที่ช่วยลดรายจ่ายเรื่องค่าไฟให้ตรงจุดด้วยการติดโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) บนหลังคาบ้าน

ภาพบ้านตัวอย่างติดโซลาร์ รูฟ

        ผนวกกับเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่พัฒนาถึงจุดที่คุ้มทุนได้ภายใน 7-10 ปี  หากมองในแง่การลงทุน  การติดตั้งโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) ให้ผลตอบแทนประมาณ 10% ต่อปี  ถือว่ามากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน  ประกอบกับภาครัฐมีการปรับเกณฑ์การรับซื้อไฟคืนในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2564 เป็น 2.20 บาทต่อหน่วย จากเดิม 1.68 บาทต่อหน่วย ทำให้การลงทุนติดโซลาร์  รูฟ (Solar Roof) บนหลังคาบ้าน เป็นที่น่าสนใจและคุ้มค่าขึ้นอีกขั้น  

ภาพบ้านตัวอย่างติดโซลาร์ รูฟ

        ไม่เพียงเท่านั้น คำถามส่วนใหญ่ที่เจ้าของบ้านมักจะถามอยู่เสมอ คือ เรื่องการติดแบตเตอรี่เพื่อกักเก็บไฟที่ได้จากการติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์  รูฟ (Solar Roof) ไว้ใช้ในตอนกลางคืน  เพราะคาดหวังว่าการติดโซลาร์ทั้งทีต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุดทั้งกลางวัน และกลางคืน  บทความนี้มีคำตอบ.......

ติดโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) พร้อมแบตเตอรี่ดีไหม  คุ้มค่าหรือยัง? 

        ก่อนอื่นต้องปูพื้นฐานให้เจ้าของบ้านเข้าใจก่อนว่า การติดโซลาร์ รูฟ (Solar Roof)  มีกี่แบบ กี่ระบบ  และแต่ละระบบเหมาะกับบ้านแบบไหน  ต่างกันยังไง? 

1. ระบบออนกริด (On Grid)
        เป็นระบบโซลาร์ (Solar) ที่ใช้ทั้งไฟจากการไฟฟ้า  และไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้าน  เหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน ไม่มีแบตเตอรี่  ผลิตไฟฟ้าได้แล้วใช้เลย  และสามารถขายไฟคืนให้การไฟฟ้าได้ (สำหรับไฟ 1 เฟส : ระบบไม่เกิน 5kW. และ สำหรับไฟ 3 เฟส : ระบบไม่เกิน 10 kW.) ซึ่งก่อนติดตั้งโซลาร์ (Solar)  ต้องขออนุญาตหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก่อน  ในปัจจุบันระบบนี้นิยมติดมากที่สุด  เพราะคืนทุนเร็วที่สุด  ต้นทุนถูกกว่าระบบไฮบริด (Hybrid) ซึ่งแบตเตอรี่ยังมีราคาสูงทำให้คืนทุนช้ากว่า  สำหรับ  SCG Solar Roof Solutions จะให้บริการเป็นระบบออนกริด (On Grid)  และดำเนินการขออนุญาตจากภาครัฐให้ทั้งกระบวนการ

2. ระบบออฟกริด (Off Grid)
        ระบบโซลาร์ (Solar) แบบออฟกริดนี้ไม่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้า  หรือเรียกว่าเป็นระบบ Stand Alone  ไม่ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า   เหมาะกับสถานที่ที่ไฟจากการไฟฟ้าเข้าไม่ถึง  เช่น  พื้นที่ห่างไกล  บนดอยสูง ต่างๆ เป็นต้น  จะผลิตไฟฟ้าได้จากแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่ติดตั้งบนหลังคา ซึ่งจะใช้แบตเตอรี่ในการกักเก็บไฟ  หากไฟจากแบตเตอรี่หมด  ก็จะไม่มีไฟฟ้าใช้

3. ระบบไฮบริด (Hybrid Grid)
        ระบบโซลาร์ (Solar) แบบไฮบริดนี้เป็นส่วนผสมระหว่างระบบ Off Grid และ On Grid  คือ มีการใช้ไฟจากทั้งการไฟฟ้า ไฟที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และไฟจากแบตเตอรี่  ในกรณีที่แผงโซลาร์ผลิตกระแสไฟฟ้ามากเกินกว่าการใช้งานในช่วงเวลากลางวัน แบตเตอรี่จะกักเก็บไฟ และสามารถดึงมาใช้ในช่วงเวลากลางคืน แต่ระบบไฮบริดจะไม่สามารถขายกระแสไฟให้กับภาครัฐได้  ปัจจุบันระบบแบตเตอรี่ที่มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัย ยังมีราคาสูงมาก ทำให้มีระยะเวลาคืนทุนนาน  จึงยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

        หากจะตอบคำถามว่า วันนี้การติดโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) บนหลังคาบ้าน พร้อมแบตเตอรี่ยังดีอยู่ไหม หรือยังคุ้มค่าที่จะลงทุนอยู่หรือเปล่า คงต้องบอกว่า ณ วันนี้ คงยังไม่คุ้มค่าแก่การลงทุนที่จะติดโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) บนหลังคาบ้าน พร้อมแบตเตอรี่

        เพราะปัจจุบันระบบแบตเตอรี่ที่มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัย ยังมีราคาสูงมาก ทำให้มีระยะเวลาคืนทุนนาน  ดังนั้นระบบที่เหมาะกับเจ้าของบ้านทั่วไปคือระบบออนกริด (On Grid)  ซึ่งใช้ทั้งไฟจากการไฟฟ้า  และไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์  เหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน ไม่มีแบตเตอรี่  ผลิตไฟฟ้าได้แล้วใช้เลย  และสามารถขายไฟคืนให้การไฟฟ้าได้

ติด  SCG Solar Roof Solutions ให้บริการครบวงจร พร้อมกับประกัน 25 ปี

        1. แผงโซลาร์ทาง SCG เลือกใช้แผง Sun Power** เทคโนโลยีสหรัฐอเมริกา (Tier 1) 
        2. รับประกันตัวแผงโซลาร์ และประสิทธิภาพการผลิตไฟนาน 25 ปี 

        3. อินเวอร์เตอร์ (ระบบแปลงไฟ) เลือกใช้ของ ABB**  เทคโนโลยีสวิสเซอร์แลนด์  รับประกัน 10 ปี

        4. ออกแบบการติดตั้งโซลาร์  แบบ Case by case ให้ผลิตไฟได้สูงสุด
        5. ติดตั้งโซลาร์โดยไม่ต้องเจาะหลังคา  ไม่เสี่ยงรั่ว ด้วยระบบ Solar FIX**  สิทธิบัตรเฉพาะ SCG

        6. ดำเนินการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์จากภาครัฐให้ทั้งกระบวนการ
        7. ติดตามการผลิตไฟได้ Real Time ผ่าน SCG Solar Application 

        8. มี After Sales Service ตรวจสอบระบบและล้างแผง 3 ปี**  ปีละ 1 ครั้ง
(**  อุปกรณ์ที่ใช้ และระยะเวลาการรับประกันขึ้นอยู่กับ Package ที่เลือกใช้)

        สำหรับเจ้าของบ้านท่านไหนที่ใช้ไฟในช่วงเวลากลางวันเป็นหลัก  และยังลังเลที่จะติดโซลาร์ รูฟ  (Solar Roof) อยู่บอกเลยว่าติดเถอะ เพราะตอนนี้เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นมาก  และราคาจับต้องได้  นับเป็นการบริหารเงินให้คุ้มค่าได้อีกรูปแบบหนึ่ง  และหากสนใจติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof Solutions) สามารถติดต่อได้ที่ SCG Experience , SCG Home Solution , SCG Roofing Center และ SCG Home บุญถาวร  ทั่วประเทศ หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCG HOME Contact Center 02-586-2222



1.9K   Favorite   Print   Share  
            Change Password Change Password link-social signin-popupnew