ติดโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop) เพื่อใช้และขายไฟคืน 
ทำได้ไหม คุ้มหรือเปล่า?

        คำถามฮอตฮิต  ที่เจ้าของบ้านมักจะถามเข้ามาบ่อยมาก นั่นคือ....  ติดโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop)  ทั้งใช้เอง และ ขายไฟคืน  ดีจริงไหม ทำได้หรือเปล่า?  และถ้าอยากขายไฟคืนต้องทำยังไง ?  บทความนี้มีคำตอบ

ภาพการติด Solar Rooftop

        จริงๆ  แล้วบ้านทุกหลังสามารถติดโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) ได้  แต่ติดแล้วจะคุ้มกับต้นทุนที่ลงไปหรือเปล่านั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...  ซึ่งบ้านที่เหมาะกับการติดโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop) และคุ้มค่าที่สุด  เบื้องต้นต้องมีการใช้ไฟดังต่อไปนี้

3 Check List การติดโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop)  

        1. การใช้ไฟในตอนกลางวันเพียงพอที่จะติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ได้   เพราะถ้าใช้ไฟกลางคืนเป็นหลัก การติดโซลาร์ รูฟท็อปไปก็ไม่คุ้มค่า  เนื่องจากถ้าจะใช้ไฟกลางคืนก็ต้องมีแบตเตอรี่กักเก็บไฟ  ซึ่งตอนนี้ราคาแบตเตอรี่กักเก็บไฟแพงมากยังไม่เหมาะกับการลงทุน  ในอนาคตหากราคาแบตเตอรี่ถูกลงกว่านี้ก็สามารถติดเพิ่มได้ในภายหลัง  

        2. ค่าไฟฟ้าควรอยู่ที่ 3,000 บาทขึ้นไป   หมายถึง  หากค่าไฟที่จ่ายน้อยกว่านี้ก็ยังสามารถติดโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop) ได้เช่นกัน  เพียงแต่การคืนทุนจะนานขึ้นกว่าเดิม    ดังนั้น ถ้าค่าไฟไม่ได้แพงมากก็ยังไม่ควรติดจะดีกว่า

        3. พื้นที่หลังคาที่จะติดโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) ต้องไม่โดนเงาบัง และอยู่ในทิศทางที่รับแดดได้ดี   ไม่เช่นนั้นจะทำให้ โซลาร์ รูฟ ที่ติดตั้งไปไม่โดนแดดเพียงพอ  พอหลังคาโซลาร์ไม่โดนแดดเต็มที่  การผลิตไฟในแต่ละวันก็จะน้อย  ส่งผลให้การติด Solar Roof ไม่คุ้มค่าอีกเช่นเดียวกัน 

        เมื่อเจ้าของบ้านลอง check list  ครบทั้ง 3 ข้อ และไม่ติดในเงื่อนไขใดๆ  การติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) จึงจะถือว่าคุ้มค่ามากๆ  เพราะตอนนี้การติดโซลาร์ รูฟท็อป ไม่ได้แพงเหมือนในอดีต  ราคารวมติดตั้งไม่ถึงหนึ่งแสนบาท  ก็สามารถติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) ได้แล้ว  แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกติด Solar Roof อยากให้เจ้าของบ้านทำการเลือกและจัดหาช่างที่ติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ให้ดี เจ้าของบ้านบางราย  อาจจะคิดว่าซื้อแผงมาติดเองก็ได้   จ้างทำไมให้แพง ให้เปลือง หลักพัน หลักหมื่นก็ติดได้แล้ว  แต่จริงๆ แล้วนั้นการติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ รูฟ (Solar Roof)   และอุปกรณ์ต่างๆ มีความมาตรฐานแตกต่างกัน  ราคาจึงแตกต่างกันด้วยเช่นกัน

ติดโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop)  ต้องเลือกยังไง 

        1. แผงโซลาร์ รูฟ  มีหลายเกรด  หรือที่เรียกว่ามีหลาย Tier  ซึ่งถ้าจะให้ดี ต้องเลือกแบบ Tier 1 เท่านั้น เพราะเป็นมาตรฐานในระดับสากลของการติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์  สำหรับแผงโซลาร์ที่ราคาถูกอยากให้เจ้าของบ้านลองศึกษาดูให้ดี ว่าเป็นเกรดไหน  เพราะแต่ละเกรดแผงโซลาร์ก็จะผลิตไฟได้ไม่เท่ากัน  

        ซึ่งสำหรับ SCG Solar Roof Solutions เลือกใช้เฉพาะแผงโซลาร์  Tier 1 เท่านั้น  เจ้าของบ้านสามารถมั่นใจได้ในมาตรฐานและคุณภาพการผลิตไฟ  และมีการออกแบบการติดตั้งโซลาร์ รูฟ ให้บ้านแต่ละหลัง แบบ Case by case เพื่อให้โซลาร์ รูฟท็อปในแต่ละบ้านสามารถผลิตไฟได้มากที่สุด 

        2. อินเวอร์เตอร์ (Inverter) หรือ อุปกรณ์แปลงไฟ  ต้องเลือกยี่ห้อที่ขึ้นทะเบียนอยู่ในลิส ของการไฟฟ้า  หากเลือกไม่ดีใช้ไปแล้วช็อต  หรือมีปัญหา  อาจจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้

        สำหรับ SCG Solar Roof Solutions เลือกใช้อินเวอร์เตอร์ (Inverter) หรือ อุปกรณ์แปลงไฟในยี่ห้อที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าแล้วเท่านั้น  เจ้าของบ้านสามารถมั่นใจได้ในมาตรฐานการติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ (Solar Roof) กับ SCG ได้

        3. ช่างติดตั้งโซลาร์  รูฟ  และวิธีการติดตั้งระบบหลังคาต้องได้มาตรฐาน  ระบบโซลาร์เกี่ยวข้องกับระบบไฟในบ้านทั้งหมด ซึ่งควรจะเลือกช่างที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านระบบโซลาร์ และ การติดตั้งบนหลังคาเพื่อป้องกันการเสี่ยงรั่ว 

        สำหรับ SCG Solar Roof Solutions มีนวัตกรรม Solar FIX  ติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop) ได้โดยไม่ต้องเจาะหลังคาให้เสี่ยงรั่ว  โดยการถอดหลังคาเดิมออกเฉพาะแผ่น แล้วแทนที่ด้วย Solar FIX  ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะ SCG เท่านั้น

        4. การรับประกัน  หลายๆ ยี่ห้อชูจุดเด่นเรื่องการรับประกันสูงถึง 20-30 ปี  แต่อยากให้เจ้าของบ้านชั่งใจถึงความน่าเชื่อถือ  ว่าบริษัทนั้นๆ จะอยู่ยาวดังคำเคลมหรือไม่

        ซึ่งสำหรับ SCG Solar Roof Solutions รับประกันทั้งตัวแผงโซลาร์ และคุณภาพการผลิตไฟยาวนานถึง 25 ปี 

อยากติดโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) และขายไฟคืน  ต้องทำยังไง? 

        ไม่ว่าเจ้าของบ้านที่ติดโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop)  จะติดแล้วต้องการขายไฟคืน  หรือไม่ขายไฟคืนก็ตาม   เจ้าของบ้านควรขออนุญาตหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 หน่วยงาน คือ 
        1. ที่ทำการเขต  หรือ อบต. 
        2. การไฟฟ้า (ภาคนครหลวง MEA  หรือส่วนภูมิภาค  PEA )
        3. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

        ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ SCG Solar Roof Solutions ดำเนินการให้ทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าของบ้าน

        สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการขายไฟคืนด้วย  ต้องดำเนินการทำสัญญาขายไฟคืนในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน  กับ MEA หรือ PEA  ก่อน  ซึ่งปี 2564 นี้รัฐบาลมีการปรับราคารับซื้อเพิ่มด้วย จาก 1.68  บาท เป็น 2.20 บาท  สัญญา 10 ปี  โดยมีเงื่อนไขว่า  ไฟ 1 เฟสต้องติดโซลาร์ รูฟ ไม่เกิน 5 kW.  และ ไฟ 3 เฟส ต้องติดโซลาร์ รูฟ ไม่เกิน 10 kW.   สรุปเลยว่า...  ใครอยากติด solar ทั้งเพื่อใช้เอง  และขายไฟคืนด้วย ทำได้!!!   แต่ต้องดำเนินการกับรัฐก่อน 

ติดโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) เพื่อขายไฟคืนอย่างเดียว  คุ้มไหม?

        บ้านที่ไม่ได้ใช้ไฟกลางวัน  แต่ถ้าอยากติดโซลาร์ รูฟ  เพื่อขายไฟคืนอย่างเดียว ทำได้มั้ย ?  จะคุ้มค่ามั้ย ?  ซึ่งจริงๆ แล้วนั้นสามารถทำได้  แต่อาจจะไม่คุ้มค่า  เพราะเราซื้อไฟจากการไฟฟ้า 4.42 บาท/หน่วย  แต่เราสามารถขายไฟได้เพียง 2.20 บาท/หน่วยเท่านั้น  การคืนทุนก็จะยืนยาวนานไปด้วย  สรุปได้เลยว่า ไม่คุ้ม!!

        สำหรับเจ้าของบ้านท่านไหนที่ใช้ไฟกลางวัน  และลังเลที่จะติดโซลาร์ รูฟอยู่ บอกเลยว่าติดได้เลย  เพราะตอนนี้เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นมาก  ที่สำคัญราคาจับต้องได้  นับเป็นการบริหารเงินให้คุ้มค่าได้อีกรูปแบบหนึ่ง  และหากสนใจติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof Solutions) สามารถติดต่อได้ที่ SCG Experience , SCG Home Solution , SCG Roofing Center และ SCG Home บุญถาวร  ทั่วประเทศ หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCG HOME Contact Center 02-586-2222



2.9K   Favorite   Print   Share  
            Change Password Change Password link-social signin-popupnew