5 จุดของบ้าน เมื่อนำงานระแนงไม้มาตกแต่งแล้วลงตัว

“บ่อยครั้งที่ความต้องการของมนุษย์ เลือกไม่ได้ระหว่างซ้าย หรือ ขวา เพราะทั้งซ้ายและขวานั้นมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การเดินทางสายกลางจึงอาจเป็นตัวเลือกที่ลงตัว”
​​​​​​​
        ในการตกแต่งบ้านก็เช่นกันครับ หลายจุด หลายฟังก์ชัน ไม่ได้ต้องการผนังปิดทึบหรือเปิดโปร่งจนดูโล่งไป แต่ต้องการผนังที่รับลมได้ กรองแสงได้ ผู้อยู่อาศัยมองเห็นวิวภายนอกแต่ในขณะเดียวกันผนังยังช่วยพรางตาให้เกิดความเป็นส่วนตัว อย่างไอเดียการตกแต่งบ้านด้วย “ระแนงไม้” ที่กำลังได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน สามารถใช้ได้ทั้งงานภายในและงานภายนอกบ้าน เนื้อหานี้ พาไปสำรวจไอเดียกันว่า เราสามารถนำไอเดียระแนงไม้ไปใช้ส่วนใดของบ้านได้บ้าง และควรเลือกวัสดุระแนงอย่างไรให้เหมาะสมลงตัว

ไม้ระแนงคืออะไร  ใช้ประโยชน์ใดบ้าง
​​​​​​​

        ไม้ระแนง คือ ไม้ที่มีลักษณะเป็นเส้นยาว ติดตั้งเรียงขนานกันเป็นแผงบนโครง ซึ่งอาจติดตั้งตามแนวนอนแนวตั้งหรือองศาต่าง ๆ ตามเหมาะสมในงานดีไซน์ มีลักษณะปิดและโปร่งในตัว จึงใช้เป็นช่องทางรับลมและแสงสว่างได้ดี  นิยมนำมาใช้ทั้งงานภายในและภายนอก

        โดยการใช้งานภายนอกจะช่วยประโยชน์ในด้านการป้องกันความร้อนและช่วงพรางตา ให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่วนการนำไปใช้งานภายใน จะช่วยแบ่งสัดส่วนพื้นที่การใช้งาน ในกรณีที่ไม่ต้องการกั้นผนังห้อง 

ออกแบบโดย : Punplan

5 ไอเดีย นำระแนงไม้มาตกแต่งบ้าน
​​​​​​​

        1. ผนังบังแดด พรางตา 
        บ้านที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ยังต้องการแสง ลม และมองเห็นความเคลื่อนไหวภายนอก สามารถเลือกติดตั้งทำเป็นผนังระแนง ในจุดที่ต้องการบังตาเพิ่มความเป็นส่วนตัวจากสายตาคนนอก ปกปิดภูมิทัศน์ที่ไม่สวยงาม หรือติดในทิศที่มีแสงจ้า เพื่อลดทอนความร้อนจากแสงแดดให้กับอาคาร ซึ่งปัจจุบันมีการออกแบบที่หลากหลาย ทั้งแบบฟิกซ์ (Fixed) หรือติดตาย และทำเป็นระแนงไม้บานเลื่อนเพื่อเปิด-เปิดมุมที่ต้องการได้เช่นกัน 
จุดสำคัญควรคำนวณเรื่องระยะห่างระหว่างซี่ไม้ให้ลงตัว หากห่างจนเกินไป จะเกิดช่องว่างที่ไม่ค่อยสวยงามเมื่อมองจากมุมมองภายนอก กลับกันหากเว้นระยะน้อยเกินไป จะแลดูเป็นผนังทึบที่ลมลอดผ่านได้ไม่เต็มที่ 
​​​​​​​
        2. หลังคาโรงจอดรถหรือหลังคาระเบียง
        สำหรับบ้านที่ต้องการให้โรงจอดรถมีความโปร่ง แสงสว่างส่องเข้าถึงได้ ลองเปลี่ยนมาใช้วัสดุระแนงไม้เป็นโครงสร้างหลัก แล้วนำวัสดุที่สามารถกันแดดกันฝนที่มีความโปร่งแสงหรือโปร่งใส่มาวางทับชั้นบน เช่น แผ่นโปร่งแสงอะคลิลิก,   แผ่นกรองแสงไฟเบอร์กลาส, กระจกลามิเนต, แผ่นโพลีคาร์บอเนตหรือแผ่นหลังคาโปร่งแสง uPVC เป็นต้น  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานได้ครอบคลุมมากขึ้น ช่วยกรองแสงได้ในระดับหนึ่งและช่วยกันฝนให้แก่รถ โดยไม่รบกวนเสน่ห์ของแนวระแนง วิธีดังกล่าวยังลดทอนความแข็งให้กับบ้านโมเดิร์น ช่วยให้บ้านมีเส้นสายที่ดูอ่อนโยนและอบอุ่นยิ่งขึ้น

ออกแบบโดย : Wallflower

        3. ประตูบานพับหรือเฟี้ยมนอกระเบียง
        นอกจากจะใช้ไม้ระแนงเป็นผนังพรางตาแล้ว ยังสามารถออกแบบให้เป็นประตูหรือหน้าต่างระแนงไม้บานพับหรือเฟี้ยม ที่ช่วยทั้งพรางตา กรองแสง และทำหน้าที่เป็นฟังก์ชันเสริมความความปลอดภัย เสมือนเป็นเหล็กดัดชั้นนอกปกป้องบ้านอีกชั้น ในการดีไซน์ประตูบานเฟี้ยมจุดหลักคืออุปกรณ์ฟิตติ้งหรืออุปกรณ์ติดตั้ง ที่ต้องรับน้ำหนักของบานประตูได้อย่างเหมาะสมและมีความสมูทในการเปิด-ปิด 

ออกแบบโดย : Madeleine Blanchfield

        4. ผนังกั้นห้อง แบ่งโซน
        บางมุมของบ้านที่มีฟังก์ชันการใช้งานต่อเนื่องกัน อาทิ มุมนั่งเล่นกับโต๊ะทานอาหาร ห้องนอนกับโซนแต่งตัว หรือแม้แต่ในออฟฟิศสำนักงานที่ต้องการพื้นที่โปร่งกว้าง แต่ในบางครั้งก็ต้องการขอบเขตความเป็นส่วนตัว งานลักษณะนี้หากปิดผนังทึบทั้งหมดย่อมส่งผลให้ภายในบ้านแลดูแคบและอึดอัด การนำระแนงไม้มาใช้เป็นผนังที่โปร่ง เพื่อแบ่งพื้นที่ให้เกิดความเป็นสัดส่วนโดยไม่ต้องกั้นผนัง จะช่วยตอบโจทย์ความโปร่งได้อย่างลงตัว ทั้งยังช่วยให้ห้องดูสูง โอ่อ่ายิ่งขึ้นด้วยครับ หรือในกรณีที่ต้องการปิดซ่อนบางจุดที่ไม่สวยงาม ระแนงไม้จะช่วยพรางตาจุดดังกล่าว ให้พื้นที่ภายในบ้านดูโปร่งสบายตายิ่งขึ้น

        5. ราวกันตกบันไดจากไม้ระแนง
        สำหรับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ดีไซน์บันไดเส้นสายเรียบ ๆ แบบที่ไม่มีราวจับ หรือยังมองหาราวจับที่ถูกใจไม่ได้ การทำราวกันตกด้วยระแนงไม้ เป็นไอเดียที่ให้ความปลอดภัยและสวยงามไปพร้อม ๆ กัน โดยตีระแนงจากพื้นขึ้นไปจรดฝ้าเพดาน ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยเป็นที่จับและผนังกันตกให้แล้ว ยังเป็นฉากกั้นให้ความเป็นส่วนตัวขณะเดินขึ้น-ลง และยังสามารถเพิ่มฟังก์ชันอื่น ๆ ลงไปได้ เช่น เป็นโครงสำหรับติดตั้งตู้ลอยตัว หรือชั้นวางของโชว์ เป็นต้น 

ออกแบบ : Nobbs Radford

        วัสดุใช้ทำระแนงไม้ สามารถนำไม้จริงหรือวัสดุทดแทนไม้มาใช้งานได้ โดยไม้จริงจะให้ผิวสัมผัสที่ดูเป็นธรรมชาติกว่า แต่มีข้อเสียในระยะยาวที่สีจะซีดจาง และหากใช้งานภายนอก ไม้บางชนิดจะไม่ทนต่อแดดฝน และอาจมีปัญหาปลวกส่งผลให้ผุกร่อนได้

        ปัจจุบันเอสซีจีจึงได้พัฒนาวัสดุทดแทนใหม่มาให้คนรักบ้านเลือกใช้ทำระแนงไม้ นั่นคือวัสดุทดแทนไม้  SCG D’COR  วัสดุที่ประกอบด้วยซีเมนต์, ซิลิกา และเส้นใยเซลลูโลส ผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยี X-Trusion ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษคือ เป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น ให้ความหนาแน่นสูงกว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ทั่วไป มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อความชื้น และปลวกไม่กิน ดีไซน์โดดเด่น สามารถใช้ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นทั้งภายในและภายนอก ทั้งยังมีให้เลือกหลายรุ่น อาทิ ไม้ตกแต่งอเนกประสงค์ เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ไลน์ (SCG D’COR Line Series) วัสดุทดแทนไม้ ที่ให้อารมณ์เหมือนไม้ธรรมชาติ ใช้ได้กับทั้งงานภายนอกและงานภายใน 
        สำหรับผู้ที่สนใจงานตกแต่งพื้นที่ด้วยวัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคอร์ สามารถเลือกชมวัสดุแต่ละประเภทที่ตรงใจคุณได้ที่ช่องทางการจัดจำหน่ายของ เอสซีจี โฮม ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เอสซีจี โฮมโซลูชัน เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ และ เอสซีจี โฮม บุญถาวร  ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากเอสซีจีคอยให้คำปรึกษาฟรี รวมถึงช่วยออกแบบสามมิติ ประมาณราคา และยังมีบริการติดตั้งโดยช่างมืออาชีพ พร้อมรับประกันอีกด้วย หรือสามารถคลิกสั่งซื้อได้ที่ เอสซีจี โฮม ออนไลน์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.scgbuildingmaterials.com หรือติดต่อ SCG HOME Contact Center โทร. 02-586-2222



31949   Favorite   Print   Share