Work from home ทั้งวันค่าไฟแพง ติด Solar Roof ไว้ ช่วยลดค่าไฟ ยังไงก็เวิร์ค

        ในปัจจุบันมีหลายท่านที่จำเป็นต้อง Work from home ไม่ว่าจะด้วยลักษณะอาชีพ หรือตามนโยบายของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน หรือ Content Creator, นักออกแบบ, สถาปนิก, กราฟฟิกดีไซน์เนอร์, หรือแม้กระทั่งพนักงานบริษัทฯ ที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำงานจากต้องเข้าออฟฟิศ 5-6 วันต่อสัปดาห์ มาเป็นการทำงานที่บ้านมากขึ้น จะทำอย่างไรถ้าต้อง Work from home แล้วทำให้ค่าไฟแพงขึ้น?

        การที่ต้อง Work from home มากขึ้นนั้น ถึงแม้จะมีข้อดีหลายๆ อย่าง ทั้งช่วยลดเวลาในการเดินทาง, ลดความเสี่ยงจากการฝุ่นควัน PM 2.5 รวมถึงเชื้อ COVID-19 แต่ก็ต้องปรับตัวกันไม่น้อย เนื่องจาก Work from home ต้องเจอกับปัญหาในมุมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมของบ้านที่ไม่เอื้อต่อการทำงาน, ปัญหาเรื่องสมาธิในการทำงานอันเนื่องมาจากจำนวนสมาชิกภายในบ้านที่ต่างคนต่างทำกิจกรรมหลากหลาย รวมไปถึงปัญหาใหญ่อย่างเรื่องค่าไฟแพง คนที่จำเป็นต้อง Work from home ทั้งหลายจะทำอย่างไร เมื่ออยากลดค่าไฟ เพราะในการทำงานจะต้องมีเครื่องมือต่างๆ ทั้งคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์สำนักงาน ที่สำคัญการเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อน ยิ่งทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

        คุณกัญจน์ หวังธรรมเกื้อ ทำอาชีพเป็น Sound Engineer คือคนหนึ่งที่ต้อง Work from Home มีการใช้พื้นที่ภายในบ้านสร้างเป็น Studio สำหรับอัดเสียงเครื่องดนตรีหลากหลายรูปแบบ และต้องตัดต่อสร้างสรรค์เพลง ซึ่งทุกอุปกรณ์ที่ใช้ล้วนแล้วแต่ใช้ไฟฟ้าแทบทั้งสิ้น เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องมิกซ์เสียง เครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องปรับอากาศที่มีความจำเป็นต้องเปิดใช้งานตลอดทั้งวันอีกด้วย ในความจำเป็นเหล่านี้ จะดีไม่น้อยถ้ามีวิธีช่วยลดค่าไฟ

        คุณกัญจน์กล่าวว่า“ด้วยอาชีพที่เป็นซาวด์ เอ็นจีเนียร์ ทำงานที่บ้านอุปกรณ์สำหรับตัดต่อ และเครื่องดนตรีต่างๆ จะต้องใช้เยอะมาก นอกจากนี้ลูกชายคนโตที่ผิวค่อนข้าง Sensitive กับอากาศ ถ้าอากาศร้อนหน่อย เค้าจะมีปัญหาเรื่องคัน กับด้วยด้วยลักษณะบ้านที่เป็นบ้านโปร่ง เวลาเปิดเครื่องแอร์จะกระจายออก ค่าไฟก็จะสูงหน่อย”

        นอกจากอุปกรณ์การทำงานและเครื่องปรับอากาศที่ใช้ไฟฟ้ามากแล้ว ภายในบริเวณบ้านของคุณกัญจน์ ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งบ้านประเภทน้ำตก ที่ต้องอาศัยปั้มน้ำในการใช้งาน ถึงแม้ไม่ได้ใช้ไฟฟ้ามาก แต่ต้องเปิดปั้มน้ำอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ก็มีส่วนในการทำให้ค่าไฟแพงขึ้นด้วยเช่นกัน

        คุณกัญจน์เล่าต่อว่า“โดยเฉลี่ยค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ 6,000 – 8,000 บาท จึงอยากจะติดโซลาร์ รูฟ เพื่อที่ว่าจะช่วยผ่อนเบาภาระค่าไฟฟ้าในช่วงกลางวันที่มักจะใช้เยอะลงได้”

ทำไม ต้องเลือกติดโซลาร์ รูฟ เพื่อลดค่าไฟ กับ SCG Solar Roof Solutions
3 เหตุผลหลักที่เลือกติดโซลาร์ รูฟ กับ SCG Solar Roof Solutions คือ

1. สินค้าคุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่เอสซีจีคัดสรรมาให้
​​​​​​​        สำหรับเจ้าของบ้านทั่วไป ที่อาจจะไม่ได้มีความรู้ในเชิงเทคนิคมาก การติดตั้งโซลาร์ รูฟกับบริษัทฯ ที่ มั่นใจ และน่าเชื่อถือมีความสำคัญมากที่จะช่วยคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดมาให้แก่เจ้าของบ้านได้ โดยแผงโซลาร์ (Solar) ทาง SCG เลือกใช้แผง Sun Power เทคโนโลยีการผลิตจากสหรัฐอเมริกา (Tier 1) พร้อมมีการรับประกันตัวแผงโซลาร์ และประสิทธิภาพการผลิตไฟนาน 25 ปี

ภาพ : ส่วนอินเวอร์เตอร์ (ระบบแปลงไฟ) เลือกใช้ของ ABB เทคโนโลยีสวิสเซอร์แลนด์ รับประกัน 10 ปี

2. One Stop Service ดำเนินการให้ครบวงจร
        สิ่งที่ทำให้คุณกัญจน์ ตัดสินใจติดโซลาร์ รูฟท็อปกับ SCG Solar Roof Solutions คือ การให้บริการแบบ “One Stop Service” เริ่มตั้งแต่มีทีมช่างเข้าไปตรวจสภาพความพร้อมของหลังคาก่อนติดตั้งโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) หากหลังคาอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมจะดำเนินการซ่อมแซม - แก้ไขให้ก่อน

        หลังจากนั้นจะทำการออกแบบการติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป ให้เหมาะกับทิศทางและปริมาณการใช้ไฟกับบ้านหลังนั้นๆ ก่อนเข้าติดตั้งจริงโดยทีมช่างจาก SCG Solar Roof Solutions

        โดยวิธีที่ติดตั้งจะติดตั้งของ SCG Solar Roof Solutions จะดีกว่าการติดตั้งโซลาร์กับบริษัทฯ อื่น คือด้วยความเป็นบริษัทฯ ผู้ผลิตหลังคามากว่า 80 ปี จึงคิดค้นและผลิตนวัตกรรม Solar FIX ติดตั้งโซลาร์โดยไม่ต้องเจาะหลังคาให้เสี่ยงรั่ว จึงมั่นใจได้ว่าหลังคาจะไม่รั่วหลังติดตั้งอย่างแน่นอน

        แผ่น Solar FIX ที่ขึ้นรูปและผลิตมาจากโรงงาน วิธีการคือจะถอดกระเบื้องแผ่นเก่าออก และแทนที่ด้วยแผ่นกระเบื้อง Solar FIX จึงทำให้ติดตั้งโซลาร์ โดยที่ไม่ต้องเจาะหลังคาให้เสี่ยงรั่ว

ภาพ : ตัวอย่างการติดตั้ง Solar FIX บนหลังคาก่อนติดโซลาร์ รูฟ

        นอกเหนือจากเรื่องการติดตั้งแผงโซลาร์ รูฟแล้ว ยังช่วยจัดการเรื่องเอกสารขออนญาตติดตั้งกับทางภาครัฐให้ครบทั้ง 3 หน่วยงาน คือ 1) การไฟฟ้า 2) เขต 3) สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ช่วยลดความยุ่งยากในส่วนนี้ไปได้มาก

        และหลังจากติดตั้ง SCG Solar Roof Solutions เรียบร้อยแล้ว ยังสามารถติดตามการทำงานของระบบหลังคาโซลาร์ (Solar Roof) ได้แบบเรียลไทม์ ผ่านแอพพลิเคชั่น SCG Solar Solution รวมถึงสามารถดูยอดเงินที่ประหยัดได้ทั้งรายวัน รายเดือนและรายปีได้อีกด้วย

3. การรับประกันที่สูงถึง 25 ปี โดย SCG
        อีกเหตุผลหลักที่ทำให้คุณกัญจน์เลือกบริการของ SCG Solar Roof Solutions ก็คือการรับประกันหลังการขาย เนื่องจาก SCG เป็นบริษัทฯ ใหญ่น่าเชื่อถือ เมื่อเกิดปัญหาหลังการติดตั้งก็มั่นใจได้ว่าจะมีทีมงานเข้ามาช่วยตรวจสอบให้ โดยมี After sales service เข้าไปตรวจสอบระบบและล้างแผง 3 ปี ปีละ 1 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับ Package) และมีการรับประกันตัวแผงโซลาร์ (Solar) และประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงถึง 25 ปี ทำให้เรามั่นใจได้ในระยะยาว

        คุณกัญจน์กล่าวต่อด้วยสีหน้าไร้กังวลหลังติดโซลาร์ รูฟ ว่า “ที่เห็นได้ชัดเลยคือลูกชายผม เวลากลับบ้านมาจะขอเปิดแอร์ก่อนเลย บอกอีกว่าเปิดแอร์ได้เพราะว่ามีโซลาร์ เรียกได้ว่ามั่นใจในการใช้ไฟมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟแพง แถมยังช่วยลดค่าไฟไปในตัวอีกด้วย”

        สำหรับลูกค้าท่านใดที่ไม่อยากกังวลเรื่องการใช้ไฟฟ้า และสร้างความมั่นใจในการใช้ไฟฟ้าอย่างคุณกัญจน์ ก็สามารถติดต่อ หรือขอรับคำปรึกษา SCG Solar Roof Solutions ได้ที่ SCG Experience , SCG Home Solution , SCG Roofing Center และ SCG Home บุญถาวรทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลผ่านทาง SCG HOME Contact Center โทร. 02-586-2222 หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์ SCGHome.com



2.1K   Favorite   Print   Share  
            Change Password Change Password link-social signin-popupnew