View : 514

     ธุรกิจร้านหนังสือดูเหมือนจะเป็นธุรกิจที่อนาคตค่อนข้างจะลำบากไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว อย่างน้อยก็ที่ประเทศอเมริกา เมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อนผมยังเห็นร้านหนังสืออยู่มากมายพอสมควร แต่ทุกวันนี้หาได้ยากเต็มที บางร้านถึงกับเขียนป้ายบอกไว้ในร้านว่า "กรุณาอย่าถ่ายรูปหนังสือของเรา ร้านหนังสือเป็นธุรกิจที่กำลังจะสูญพันธุ์ โปรดช่วยสนับสนุนโดยการซื้อหนังสือของร้านเรา" ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะคนสมัยนี้ ซื้อหนังสือผ่านทางเว็บไซต์กันเยอะด้วยราคาที่ถูกกว่า บางคนก็โหลดเป็น e-book อีกทั้งข้อมูลหลายๆ อย่างก็หาได้ฟรีจากทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องไปร้านหนังสือนั้นลดลงไปมาก
 
     อย่างไรก็ตามที่ประเทศญี่ปุ่น ธุรกิจร้านหนังสือดูเหมือนจะยังไปได้ดีอยู่ ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พิมพ์หนังสือออกมามากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และดูเหมือนคนญี่ปุ่นจะรักการอ่านไม่น้อย แต่ร้านหนังสือสมัยนี้นั้นถ้าจะทำเป็นร้านที่มีชั้นวางหนังสือแบบทื่อๆ อาจจะไม่เพียงพอที่จะดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อ หรืออย่างน้อยเข้ามาแวะชมหนังสือได้ วันนี้ผมจะพาไปชมร้านหนังสือแห่งหนึ่งในโตเกียว ที่มีการออกแบบที่เรียบง่าย แต่น่าสนใจทั้งในแง่การวางผังการใช้งานและการเลือกใช้วัสดุกัน

      Daikanyama T-Site เป็นโครงการร้านหนังสือของ Tsutaya อยู่ในย่าน Daikanyama ซึ่งเป็นย่านช็อปปิ้งอีกแนวหนึ่งที่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวมากเท่าย่าน Shibuya, Harajuku หรือ Ginza แต่ Daikanyama ก็เต็มไปด้วยงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างเช่นงาน Hillside Terrace ที่ออกแบบโดย Fuhimiko Maki ซึ่งอยู่ข้างๆ Daikanyama T-Site เลย

บริเวณทานอาหารของ Anjin Lounge

บริเวณที่เป็นร้านสะดวกซื้อ

       ในด้านพื้นที่ใช้สอย นอกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการนี้จะเป็นร้านหนังสือ (ซึ่งดูเหมือนร้านนี้จะเน้นในส่วนของหนังสือประเภทศิลปะ สถาปัตยกรรมและการออกแบบเป็นพิเศษ) และสื่อต่างๆ อย่าง CD, DVD, Blu-ray แต่ก็ยังมีพื้นที่ส่วนที่ส่งเสริมให้ผู้ที่มาใช้งานอยู่ภายในร้านให้นานที่สุด อย่างเช่น Anjin Lounge ตรงชั้นสองของอาคาร ซึ่งเสิร์ฟทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ท่ามกลางบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยหนังสือ นิตยสาร ที่เป็นคอลเลคชั่นที่หายาก งานศิลปะ และชิ้นงานออกแบบต่างๆ ตรงกลางของ space นี้ จะเป็นโถงบันไดที่เปิดโล่งให้เกิดความต่อเนื่องลงไปสู่ชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนร้านหนังสือ ด้านบนเป็น skylight  เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาสู่ space ภายใน วัสดุที่ผู้ออกแบบเลือกใช้ภายในนั้นจะเป็น “ไม้” ซะเป็นส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนัง หรือชั้นหนังสือ เพื่อให้บรรยายกาศดูอบอุ่น เรียกว่าตัดกับวัสดุที่เขาเลือกใช้ภายนอกอยู่พอควร

       นอกเหนือไปจากร้านอาหารแล้วตรงชั้นหนึ่งยังมีส่วนที่เป็น coffee shop, ร้านเครื่องเขียนที่มีคอลเลคชั่นของปากกาที่หลากชนิดที่สุดในญี่ปุ่น และร้านสะดวกซื้อที่ขายสินค้าอื่นทั่วๆ ไปแต่จะเน้นแบบที่มีดีไซน์หน่อย

       จากที่ผมได้เข้าไปเดินเล่นแวะชมหนังสือในโครงการ Daikanyama T-Site อยู่สักพักหนึ่ง จากจำนวนผู้เข้ามาใช้อาคารทั้งตรงส่วน ร้านหนังสือ, Anjin Lounge และ coffee shop ก็เชื่อว่า ธุรกิจร้านหนังสือของญี่ปุ่นยังคงดำเนินไปได้ด้วยดีอยู่อีกสักพักใหญ่ๆ และด้วยการออกแบบที่น่าสนใจนั้นมีผลในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อของหรือใช้บริการไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามด้วยความนิยมของ e-book และ e-magazine นั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราคงต้องจับตามองกันว่า เทรนด์ในการออกแบบร้านหนังสือให้มีความแปลกใหม่ในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไร

เรื่อง: ต่อพงษ์ เอื้อประยูรวงศ์

แนวคิดการออกแบบร้านหนังสือในญี่ปุ่น
Daikanyama T-Site

ร้านหนังสือนี้โดดเด่นที่ดีไซน์ที่น่าตื่นเต้น ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อ ถึงแม้จะเรียบง่าย แต่ก็น่าสนใจในแง่การวางผังการใช้งานและการเลือกใช้วัสดุ

บริเวณที่ว่างระหว่างอาคารที่รักษาต้นไม้เดิมไว้
และใช้เป็นพื้นที่ outdoor cafe ไปในตัว

สะพานเชื่อมระหว่างอาคาร

      โครงการนี้ออกแบบโดย Klein Dytham Architecture (KDa) พวกเขาได้รับเลือกให้ได้ออกแบบโครงการนี้จากการประกวดแบบ ที่มีผู้เข้าร่วมประกวดถึง 77 ทีม ด้วยความที่ผู้ออกแบบต้องการเก็บต้นไม้เดิมที่มีอยู่บนที่ตั้งนี้ให้ได้มากที่สุด เขาวางผังอาคารโดยแบ่งออกเป็นอาคารย่อยๆ 3 อาคาร โดยมีต้นไม้สอดแทรกอยู่ตามที่ว่างระหว่างอาคาร ทั้งสามอาคารนี้จะถูกเชื่อมเข้าด้วยกันโดยสะพานตรงชั้นสอง และทำหน้าที่เป็นแกนหลักที่ตรงชั้นหนึ่ง ผู้ออกแบบได้เรียกตรงแกนนี้ว่าเป็น "Magazine Street" เพราะเป็นเหมือนถนนที่วางขายนิตยสารต่างๆ นับร้อยชนิด

      รูปลักษณ์ภายนอกของอาคารนั้นดูเป็นกล่องๆ เรียบๆ สามกล่องที่มีการจัดวางให้เหลื่อมล้ำกันเล็กน้อย วัสดุหลักที่เป็นผิวของอาคารนั้น นอกจากผนังกระจกที่ช่วยเชื่อม space ภายนอกกับภายในเข้าด้วยกันแล้ว ผนังอีกส่วนหนึ่งนั้นเป็นแผงสีขาวโปร่งๆ ที่ดูใกล้ๆ แล้วจะเห็นว่าเป็นรูปตัว T นำมาสานต่อกัน เกิดเป็นพื้นผิวที่น่าสนใจตัดกับความเรียบของกระจก ซึ่ง T นี้ก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของร้าน Tsutaya นั่นเอง และถ้าดูภาพรวมของอาคารก็จะเห็นว่าแผงตัว T นี้ก็มาต่อกันเป็นรูปตัว T ขนาดใหญ่บนรูปด้านของอาคารทุกด้านเช่นกัน
 

ผนังอาคารที่เกิดจาก pattern รูปตัว T ซึ่งมาจาก Tsutaya

มุมมองจากที่จอดรถด้านหลังอาคาร

เรื่อง: ต่อพงษ์ เอื้อประยูรวงศ์

แนวคิดการออกแบบร้านหนังสือในญี่ปุ่น
Daikanyama T-Site

ร้านหนังสือนี้โดดเด่นที่ดีไซน์ที่น่าตื่นเต้น ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อ ถึงแม้จะเรียบง่าย แต่ก็น่าสนใจในแง่การวางผังการใช้งานและการเลือกใช้วัสดุ

บริเวณที่ว่างระหว่างอาคารที่รักษาต้นไม้เดิมไว้
และใช้เป็นพื้นที่ outdoor cafe ไปในตัว

สะพานเชื่อมระหว่างอาคาร

     ธุรกิจร้านหนังสือดูเหมือนจะเป็นธุรกิจที่อนาคตค่อนข้างจะลำบากไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว อย่างน้อยก็ที่ประเทศอเมริกา เมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อนผมยังเห็นร้านหนังสืออยู่มากมายพอสมควร แต่ทุกวันนี้หาได้ยากเต็มที บางร้านถึงกับเขียนป้ายบอกไว้ในร้านว่า "กรุณาอย่าถ่ายรูปหนังสือของเรา ร้านหนังสือเป็นธุรกิจที่กำลังจะสูญพันธุ์ โปรดช่วยสนับสนุนโดยการซื้อหนังสือของร้านเรา" ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะคนสมัยนี้ ซื้อหนังสือผ่านทางเว็บไซต์กันเยอะด้วยราคาที่ถูกกว่า บางคนก็โหลดเป็น e-book อีกทั้งข้อมูลหลายๆ อย่างก็หาได้ฟรีจากทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องไปร้านหนังสือนั้นลดลงไปมาก
 
     อย่างไรก็ตามที่ประเทศญี่ปุ่น ธุรกิจร้านหนังสือดูเหมือนจะยังไปได้ดีอยู่ ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พิมพ์หนังสือออกมามากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และดูเหมือนคนญี่ปุ่นจะรักการอ่านไม่น้อย แต่ร้านหนังสือสมัยนี้นั้นถ้าจะทำเป็นร้านที่มีชั้นวางหนังสือแบบทื่อๆ อาจจะไม่เพียงพอที่จะดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อ หรืออย่างน้อยเข้ามาแวะชมหนังสือได้ วันนี้ผมจะพาไปชมร้านหนังสือแห่งหนึ่งในโตเกียว ที่มีการออกแบบที่เรียบง่าย แต่น่าสนใจทั้งในแง่การวางผังการใช้งานและการเลือกใช้วัสดุกัน

      Daikanyama T-Site เป็นโครงการร้านหนังสือของ Tsutaya อยู่ในย่าน Daikanyama ซึ่งเป็นย่านช็อปปิ้งอีกแนวหนึ่งที่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวมากเท่าย่าน Shibuya, Harajuku หรือ Ginza แต่ Daikanyama ก็เต็มไปด้วยงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างเช่นงาน Hillside Terrace ที่ออกแบบโดย Fuhimiko Maki ซึ่งอยู่ข้างๆ Daikanyama T-Site เลย

บริเวณทานอาหารของ Anjin Lounge

บริเวณที่เป็นร้านสะดวกซื้อ

      โครงการนี้ออกแบบโดย Klein Dytham Architecture (KDa) พวกเขาได้รับเลือกให้ได้ออกแบบโครงการนี้จากการประกวดแบบ ที่มีผู้เข้าร่วมประกวดถึง 77 ทีม ด้วยความที่ผู้ออกแบบต้องการเก็บต้นไม้เดิมที่มีอยู่บนที่ตั้งนี้ให้ได้มากที่สุด เขาวางผังอาคารโดยแบ่งออกเป็นอาคารย่อยๆ 3 อาคาร โดยมีต้นไม้สอดแทรกอยู่ตามที่ว่างระหว่างอาคาร ทั้งสามอาคารนี้จะถูกเชื่อมเข้าด้วยกันโดยสะพานตรงชั้นสอง และทำหน้าที่เป็นแกนหลักที่ตรงชั้นหนึ่ง ผู้ออกแบบได้เรียกตรงแกนนี้ว่าเป็น "Magazine Street" เพราะเป็นเหมือนถนนที่วางขายนิตยสารต่างๆ นับร้อยชนิด

      รูปลักษณ์ภายนอกของอาคารนั้นดูเป็นกล่องๆ เรียบๆ สามกล่องที่มีการจัดวางให้เหลื่อมล้ำกันเล็กน้อย วัสดุหลักที่เป็นผิวของอาคารนั้น นอกจากผนังกระจกที่ช่วยเชื่อม space ภายนอกกับภายในเข้าด้วยกันแล้ว ผนังอีกส่วนหนึ่งนั้นเป็นแผงสีขาวโปร่งๆ ที่ดูใกล้ๆ แล้วจะเห็นว่าเป็นรูปตัว T นำมาสานต่อกัน เกิดเป็นพื้นผิวที่น่าสนใจตัดกับความเรียบของกระจก ซึ่ง T นี้ก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของร้าน Tsutaya นั่นเอง และถ้าดูภาพรวมของอาคารก็จะเห็นว่าแผงตัว T นี้ก็มาต่อกันเป็นรูปตัว T ขนาดใหญ่บนรูปด้านของอาคารทุกด้านเช่นกัน
 

ผนังอาคารที่เกิดจาก pattern รูปตัว T ซึ่งมาจาก Tsutaya

มุมมองจากที่จอดรถด้านหลังอาคาร

       ในด้านพื้นที่ใช้สอย นอกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการนี้จะเป็นร้านหนังสือ (ซึ่งดูเหมือนร้านนี้จะเน้นในส่วนของหนังสือประเภทศิลปะ สถาปัตยกรรมและการออกแบบเป็นพิเศษ) และสื่อต่างๆ อย่าง CD, DVD, Blu-ray แต่ก็ยังมีพื้นที่ส่วนที่ส่งเสริมให้ผู้ที่มาใช้งานอยู่ภายในร้านให้นานที่สุด อย่างเช่น Anjin Lounge ตรงชั้นสองของอาคาร ซึ่งเสิร์ฟทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ท่ามกลางบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยหนังสือ นิตยสาร ที่เป็นคอลเลคชั่นที่หายาก งานศิลปะ และชิ้นงานออกแบบต่างๆ ตรงกลางของ space นี้ จะเป็นโถงบันไดที่เปิดโล่งให้เกิดความต่อเนื่องลงไปสู่ชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนร้านหนังสือ ด้านบนเป็น skylight  เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาสู่ space ภายใน วัสดุที่ผู้ออกแบบเลือกใช้ภายในนั้นจะเป็น “ไม้” ซะเป็นส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนัง หรือชั้นหนังสือ เพื่อให้บรรยายกาศดูอบอุ่น เรียกว่าตัดกับวัสดุที่เขาเลือกใช้ภายนอกอยู่พอควร

       นอกเหนือไปจากร้านอาหารแล้วตรงชั้นหนึ่งยังมีส่วนที่เป็น coffee shop, ร้านเครื่องเขียนที่มีคอลเลคชั่นของปากกาที่หลากชนิดที่สุดในญี่ปุ่น และร้านสะดวกซื้อที่ขายสินค้าอื่นทั่วๆ ไปแต่จะเน้นแบบที่มีดีไซน์หน่อย

       จากที่ผมได้เข้าไปเดินเล่นแวะชมหนังสือในโครงการ Daikanyama T-Site อยู่สักพักหนึ่ง จากจำนวนผู้เข้ามาใช้อาคารทั้งตรงส่วน ร้านหนังสือ, Anjin Lounge และ coffee shop ก็เชื่อว่า ธุรกิจร้านหนังสือของญี่ปุ่นยังคงดำเนินไปได้ด้วยดีอยู่อีกสักพักใหญ่ๆ และด้วยการออกแบบที่น่าสนใจนั้นมีผลในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อของหรือใช้บริการไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามด้วยความนิยมของ e-book และ e-magazine นั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราคงต้องจับตามองกันว่า เทรนด์ในการออกแบบร้านหนังสือให้มีความแปลกใหม่ในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไร

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
*กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น คลิกที่นี่ เพื่อเข้าสู่ระบบ
ส่งข้อความ

ไอเดียดีคะ 

udom_m@yahoo.com 15.08.2560 0

เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยค่ะ

รัชดาภรณ์ นนท์จันทร์ 14.05.2559 0

น่าไปค่ะ

ซารัง 09.05.2559 1
ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ