View : 23972

แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท

การรีโนเวทบ้านเดิมให้เหมือนใหม่ หรือการซื้อบ้านหลังเก่ามารีโนเวทเป็นอีกทางเลือกที่ใครหลายคนให้ความสนใจในปัจจุบัน แต่เนื่องจากบ้านเก่าเป็นบ้านที่ผ่านการใช้งานมาแล้วระยะหนึ่ง จึงมักมีความเสื่อมโทรมไปตามเวลา ดังนั้นหากคิดจะรีโนเวทบ้านเดิมหรือซื้อบ้านเก่ามารีโนเวท จึงควรใส่ใจและตรวจสอบ “ความแข็งแรงของโครงสร้างบ้าน” ให้ดีเสียก่อน เพื่อประเมินความปลอดภัยและความคุ้มค่าก่อนเริ่มปรับปรุงต่อเติม

       บ้านที่ดีต้องมีโครงสร้างที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเสาเข็ม ฐานราก เสา คาน พื้น ซึ่งเปรียบเสมือนโครงกระดูกของบ้านที่จะต้องพยุงและรองรับน้ำหนักของบ้านทั้งหลัง การรีโนเวทบ้านเพื่ออยู่อาศัยไปอีก 10 หรือ 20 ปี จึงควรตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างเพื่อพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่ นอกจากนี้ในส่วนของโครงหลังคา พื้นที่รอบบ้าน รั้ว ก็จำเป็นต้องตรวจสอบสภาพความแข็งแรงด้วยเช่นกัน หรือหากมีส่วนต่อเติมซึ่งเป็นโครงสร้างคนละส่วนกับตัวบ้าน ก็ควรตรวจสอบว่าต่อเติมถูกวิธีหรือไม่ ส่งผลต่อโครงสร้างตัวบ้านมากน้อยแค่ไหน

ภาพ: การตรวจโครงสร้างบ้านเก่า

ตรวจโครงสร้างตัวบ้าน
       โครงสร้างบ้านแบ่งเป็นโครงสร้างใต้ดินได้แก่ เสาเข็ม ฐานราก ตอม่อ และโครงสร้างบนดินได้แก่ เสาคาน พื้น และผนัง (ในกรณีที่เป็นผนังรับน้ำหนัก) การตรวจโครงสร้างบ้านด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งหรือจ้างบริษัทรับตรวจสร้างบ้าน จะสามารถตรวจสอบได้เฉพาะโครงสร้างบนดินเท่านั้น อย่างไรก็ตามการสังเกตลักษณะต่างๆ ที่เสา คาน พื้น และผนังก็พอที่จะบ่งบอกสภาพ และความแข็งแรงของโครงสร้างใต้ดินได้

ภาพ: โครงสร้างบ้านบนดิน และใต้ดิน

       สิ่งหนึ่งที่ทำได้ง่ายคือ การสังเกตรอยร้าว และรอยแตกกะเทาะที่เสา คาน พื้น และผนัง โดยเฉพาะลักษณะของรอยร้าวที่เป็นอันตรายต่อโครงสร้าง ซึ่งหากตรวจพบควรปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบและทำการแก้ไขให้เรียบร้อย ตัวอย่างลักษณะรอยร้าวอันตรายแต่ละรูปแบบเช่น

รอยร้าวที่ผนัง

       รอยร้าวผนังแนวเฉียง (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยร้าวผนังแนวเฉียง") บ่งบอกถึงการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของฐานราก หรือเกิดจากการต่อเติมอาคารผิดหลักการโดยเชื่อมโครงสร้างส่วนต่อเติมเข้ากับโครงสร้างของบ้าน

ภาพ: รอยร้าวผนังแนวเฉียง

รอยร้าวที่เสา

       รอยร้าวแตกลึกที่เสา (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยร้าวแตกลึกที่เสา") เนื้อคอนกรีตกะเทาะจนเห็นเหล็กเสริมภายในชัดเจน บ่งบอกว่าเสาต้นนั้นรับน้ำหนักมากเกินไป

       รอยร้าวเสาข้อปล้อง (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยร้าวเสาข้อปล้อง") บ่งบอกถึงการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของฐานรากจนทำให้เสาต้นที่ทรุดน้อยที่สุดแอ่นตัว และเกิดรอยร้าวแนวนอนหลายๆ แนวเหมือนข้อปล้อง

ภาพ: รอยร้าวอันตรายที่เกิดที่เสา: ซ้าย - รอยร้าวแตกลึกที่เสา / ขวา - รอยร้าวเสาข้อปล้อง

รอยร้าวที่คาน

       รอยร้าวแนวดิ่งกลางคาน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "สารพัดรอยแตกร้าว : รอยร้าวแนวดิ่งกลางคาน") บ่งบอกว่าคานตัวนี้รับน้ำหนักมากเกินไปจนเกิดการแอ่นตัว

ภาพ: รอยร้าวแนวดิ่งกลางคาน

       รอยร้าวแนวเฉียงที่ปลายคานไปหัวเสา (คลิกเพื่ออ่านบทความ "สารพัดรอยแตกร้าว : รอยร้าวแนวเฉียงที่ปลายคานไปหัวเสา") สามารถเกิดได้เพียงด้านเดียวหรือทั้งสองด้านของปลายคาน บ่งบอกว่าคานตัวนี้รับน้ำหนักมากเกินไปอย่างมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการถล่มลงมา

ภาพ: รอยร้าวแนวเฉียงที่ปลายคานไปหัวเสา

       รอยแตกร้าวที่ปลายคาน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยแตกร้าวที่ปลายคาน") บ่งบอกถึงการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของฐานราก ลักษณะและตำแหน่งของรอยร้าวขึ้นอยู่กับว่าฐานรากของเสาต้นใดทรุดตัวรอยร้าวที่พื้น

ภาพ: รอยแตกร้าวที่ปลายคาน

       รอยแตกร้าวใต้ท้องพื้น (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยแตกร้าวใต้ท้องพื้น") หากเป็นรอยร้าวรูปตัว X หรือรอยร้าวแนวยาว บ่งบอกว่าพื้นรับน้ำหนักมากเกินไป แต่หากพบว่าคอนกรีตใต้พื้นแตกกะเทาะจนเห็นเหล็กเสริม ซึ่งมักเกิดใต้พื้นดาดฟ้าหรือพื้นห้องน้ำ แสดงว่ามีน้ำรั่วซึมจากผิวพื้นด้านบนเป็นประจำ จนทำให้เหล็กเสริมขึ้นสนิมและดันคอนกรีตจนแตกกะเทาะ

ภาพ: รอยแตกร้าวใต้ท้องพื้นรูปแบบต่างๆ 

       รอยร้าวแนวยาวที่พื้น (คลิกเพื่ออ่านบทความ "สารพัดรอยแตกร้าว : รอยร้าวแนวยาวที่พื้น") รอยร้าวเกิดชิดผนังยาวตลอดแนว บ่งบอกถึงการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของฐานราก

ภาพ: รอยร้าวแนวยาวที่พื้น

       นอกจากการตรวจรอยร้าวและรอยแตกกะเทาะแล้ว การวัดดิ่ง ฉาก ก็สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อีกระดับหนึ่งว่าโครงสร้างอยู่ในแกนตั้งฉาก ไม่เอนเอียง ก่อสร้างมาได้มาตรฐาน พร้อมที่จะปรับปรุงบ้านโดยไม่ต้องซ่อมแซมงานโครงสร้างมากนัก

ตรวจโครงหลังคา

ภาพ: ส่วนโครงสร้างหลังคา

       หลังคาเป็นอีกส่วนของบ้านที่สำคัญเพราะหากต้องทำการแก้ไข จะถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ดังนั้นควรตรวจสอบให้ดีตั้งแต่ภายนอก โดยเฉพาะแนวการมุงแต่ละแถวควรตรงได้ระดับ มีระยะห่างระหว่างแถวสม่ำเสมอ หากมีการแอ่นยุบตัว กระเบื้องเผยอออกมา หรือสังเกตเห็นแนวชายคาตกท้องช้างหรือเอียงตกด้านใดด้านหนึ่ง อาจบ่งบอกถึงความเสียหายของโครงหลังคา

       ทั้งนี้ ตรวจสอบฝ้าเพดานชั้นบนว่ามีร่องรอยคราบน้ำรั่วซึมหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีการปูฉนวนกันความร้อน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "ศัพท์คนสร้างบ้าน ฉนวนกันความร้อน") แล้วหรือยัง เพื่อเก็บเป็นข้อมูลตัดสินใจก่อนการทำรีโนเวท และปรับปรุงงานโครงสร้างหลังคา

อ่านรายละเอียดการตรวจหลังคาเพิ่มเติมที่ การตรวจรับงานหลังคา ฉบับเจ้าของบ้าน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "การตรวจรับงานหลังคาฉบับเจ้าของบ้าน")

พื้นรอบบ้าน
       พื้นดินหรือพื้นรอบบ้านก็เป็นอีกส่วนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีทั้งส่วนที่มีโครงสร้างรองรับ และส่วนที่ไม่มีโครงสร้างรองรับ

       สำหรับพื้นทางเดินรอบบ้าน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "พื้นลานทางเดินรอบบ้าน ต่างการใช้งาน ต่างโครงสร้างรองรับ") ที่มีโครงสร้างเสาเข็มรองรับ เช่น พื้นระเบียงทางเดิน พื้นโรงจอดรถ ฯลฯ ซึ่งมักเป็นโครงสร้างเสาเข็มฐานรากอีกชุดหนึ่งที่แยกจากโครงสร้างตัวบ้าน ควรสังเกตบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ส่วนนี้กับตัวบ้าน ว่ามีรอยแตกแยกต้องซ่อมแซมมากน้อยเพียงใด แต่สำหรับพื้นรอบบ้านที่ไม่มีเสาเข็มรองรับ เช่น พื้นปูบล็อกคอนกรีต พื้นสนาม พื้นหญ้า พื้นดินรอบบ้านนั้น มักเกิดการยุบตัวลงได้มากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับทุกๆ บ้านที่ผ่านการใช้งานมาระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น สำรวจพื้นดินรอบบ้านว่ามีการยุบตัวหรือไม่ เพราะอาจจะต้องทำการถมดินในส่วนที่ยุบตัวไป หรือทำการปรับระดับพื้น จัดสวนรอบบ้านใหม่ให้สวยงาม

ภาพ: ลักษณะดินรอบบ้านเกิดการทรุดตัว

       เมื่อตรวจสอบงานโครงสร้างในส่วนต่างๆ เสร็จเรียบร้อย หากโครงสร้างหลักๆ ยังมีสภาพดี เพียงทำการปรับปรุงอีกเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนวัสดุปิดผิว กั้นห้องใหม่ หรือตกแต่งบ้านตามสไตล์ ฯลฯ ก็คุ้มค่าที่จะรีโนเวท หรือหากพบรอยร้าวอันตราย โครงสร้างบิด แอ่น หรือดูไม่แข็งแรง ก็ควรปรึกษากับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างประเมินและซ่อมแซมให้ถูกต้องเรียบร้อยเสียก่อน แต่หากโครงสร้างมีสภาพเสื่อมโทรมมากๆ การทุบทิ้งสร้างใหม่ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท

การรีโนเวทบ้านเดิมให้เหมือนใหม่ หรือการซื้อบ้านหลังเก่ามารีโนเวทเป็นอีกทางเลือกที่ใครหลายคนให้ความสนใจในปัจจุบัน แต่เนื่องจากบ้านเก่าเป็นบ้านที่ผ่านการใช้งานมาแล้วระยะหนึ่ง จึงมักมีความเสื่อมโทรมไปตามเวลา ดังนั้นหากคิดจะรีโนเวทบ้านเดิมหรือซื้อบ้านเก่ามารีโนเวท จึงควรใส่ใจและตรวจสอบ “ความแข็งแรงของโครงสร้างบ้าน” ให้ดีเสียก่อน เพื่อประเมินความปลอดภัยและความคุ้มค่าก่อนเริ่มปรับปรุงต่อเติม

       บ้านที่ดีต้องมีโครงสร้างที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเสาเข็ม ฐานราก เสา คาน พื้น ซึ่งเปรียบเสมือนโครงกระดูกของบ้านที่จะต้องพยุงและรองรับน้ำหนักของบ้านทั้งหลัง การรีโนเวทบ้านเพื่ออยู่อาศัยไปอีก 10 หรือ 20 ปี จึงควรตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างเพื่อพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่ นอกจากนี้ในส่วนของโครงหลังคา พื้นที่รอบบ้าน รั้ว ก็จำเป็นต้องตรวจสอบสภาพความแข็งแรงด้วยเช่นกัน หรือหากมีส่วนต่อเติมซึ่งเป็นโครงสร้างคนละส่วนกับตัวบ้าน ก็ควรตรวจสอบว่าต่อเติมถูกวิธีหรือไม่ ส่งผลต่อโครงสร้างตัวบ้านมากน้อยแค่ไหน

ภาพ: การตรวจโครงสร้างบ้านเก่า

ตรวจโครงสร้างตัวบ้าน
       โครงสร้างบ้านแบ่งเป็นโครงสร้างใต้ดินได้แก่ เสาเข็ม ฐานราก ตอม่อ และโครงสร้างบนดินได้แก่ เสาคาน พื้น และผนัง (ในกรณีที่เป็นผนังรับน้ำหนัก) การตรวจโครงสร้างบ้านด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งหรือจ้างบริษัทรับตรวจสร้างบ้าน จะสามารถตรวจสอบได้เฉพาะโครงสร้างบนดินเท่านั้น อย่างไรก็ตามการสังเกตลักษณะต่างๆ ที่เสา คาน พื้น และผนังก็พอที่จะบ่งบอกสภาพ และความแข็งแรงของโครงสร้างใต้ดินได้

ภาพ: โครงสร้างบ้านบนดิน และใต้ดิน

       สิ่งหนึ่งที่ทำได้ง่ายคือ การสังเกตรอยร้าว และรอยแตกกะเทาะที่เสา คาน พื้น และผนัง โดยเฉพาะลักษณะของรอยร้าวที่เป็นอันตรายต่อโครงสร้าง ซึ่งหากตรวจพบควรปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบและทำการแก้ไขให้เรียบร้อย ตัวอย่างลักษณะรอยร้าวอันตรายแต่ละรูปแบบเช่น

รอยร้าวที่ผนัง

       รอยร้าวผนังแนวเฉียง (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยร้าวผนังแนวเฉียง") บ่งบอกถึงการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของฐานราก หรือเกิดจากการต่อเติมอาคารผิดหลักการโดยเชื่อมโครงสร้างส่วนต่อเติมเข้ากับโครงสร้างของบ้าน

ภาพ: รอยร้าวผนังแนวเฉียง

รอยร้าวที่เสา

       รอยร้าวแตกลึกที่เสา (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยร้าวแตกลึกที่เสา") เนื้อคอนกรีตกะเทาะจนเห็นเหล็กเสริมภายในชัดเจน บ่งบอกว่าเสาต้นนั้นรับน้ำหนักมากเกินไป

       รอยร้าวเสาข้อปล้อง (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยร้าวเสาข้อปล้อง") บ่งบอกถึงการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของฐานรากจนทำให้เสาต้นที่ทรุดน้อยที่สุดแอ่นตัว และเกิดรอยร้าวแนวนอนหลายๆ แนวเหมือนข้อปล้อง

ภาพ: รอยร้าวอันตรายที่เกิดที่เสา: ซ้าย - รอยร้าวแตกลึกที่เสา / ขวา - รอยร้าวเสาข้อปล้อง

รอยร้าวที่คาน

       รอยร้าวแนวดิ่งกลางคาน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "สารพัดรอยแตกร้าว : รอยร้าวแนวดิ่งกลางคาน") บ่งบอกว่าคานตัวนี้รับน้ำหนักมากเกินไปจนเกิดการแอ่นตัว

ภาพ: รอยร้าวแนวดิ่งกลางคาน

       รอยร้าวแนวเฉียงที่ปลายคานไปหัวเสา (คลิกเพื่ออ่านบทความ "สารพัดรอยแตกร้าว : รอยร้าวแนวเฉียงที่ปลายคานไปหัวเสา") สามารถเกิดได้เพียงด้านเดียวหรือทั้งสองด้านของปลายคาน บ่งบอกว่าคานตัวนี้รับน้ำหนักมากเกินไปอย่างมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการถล่มลงมา

ภาพ: รอยร้าวแนวเฉียงที่ปลายคานไปหัวเสา

       รอยแตกร้าวที่ปลายคาน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยแตกร้าวที่ปลายคาน") บ่งบอกถึงการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของฐานราก ลักษณะและตำแหน่งของรอยร้าวขึ้นอยู่กับว่าฐานรากของเสาต้นใดทรุดตัวรอยร้าวที่พื้น

ภาพ: รอยแตกร้าวที่ปลายคาน

       รอยแตกร้าวใต้ท้องพื้น (คลิกเพื่ออ่านบทความ "รอยแตกร้าวใต้ท้องพื้น") หากเป็นรอยร้าวรูปตัว X หรือรอยร้าวแนวยาว บ่งบอกว่าพื้นรับน้ำหนักมากเกินไป แต่หากพบว่าคอนกรีตใต้พื้นแตกกะเทาะจนเห็นเหล็กเสริม ซึ่งมักเกิดใต้พื้นดาดฟ้าหรือพื้นห้องน้ำ แสดงว่ามีน้ำรั่วซึมจากผิวพื้นด้านบนเป็นประจำ จนทำให้เหล็กเสริมขึ้นสนิมและดันคอนกรีตจนแตกกะเทาะ

ภาพ: รอยแตกร้าวใต้ท้องพื้นรูปแบบต่างๆ 

       รอยร้าวแนวยาวที่พื้น (คลิกเพื่ออ่านบทความ "สารพัดรอยแตกร้าว : รอยร้าวแนวยาวที่พื้น") รอยร้าวเกิดชิดผนังยาวตลอดแนว บ่งบอกถึงการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของฐานราก

ภาพ: รอยร้าวแนวยาวที่พื้น

       นอกจากการตรวจรอยร้าวและรอยแตกกะเทาะแล้ว การวัดดิ่ง ฉาก ก็สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อีกระดับหนึ่งว่าโครงสร้างอยู่ในแกนตั้งฉาก ไม่เอนเอียง ก่อสร้างมาได้มาตรฐาน พร้อมที่จะปรับปรุงบ้านโดยไม่ต้องซ่อมแซมงานโครงสร้างมากนัก

ตรวจโครงหลังคา

ภาพ: ส่วนโครงสร้างหลังคา

       หลังคาเป็นอีกส่วนของบ้านที่สำคัญเพราะหากต้องทำการแก้ไข จะถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ดังนั้นควรตรวจสอบให้ดีตั้งแต่ภายนอก โดยเฉพาะแนวการมุงแต่ละแถวควรตรงได้ระดับ มีระยะห่างระหว่างแถวสม่ำเสมอ หากมีการแอ่นยุบตัว กระเบื้องเผยอออกมา หรือสังเกตเห็นแนวชายคาตกท้องช้างหรือเอียงตกด้านใดด้านหนึ่ง อาจบ่งบอกถึงความเสียหายของโครงหลังคา

       ทั้งนี้ ตรวจสอบฝ้าเพดานชั้นบนว่ามีร่องรอยคราบน้ำรั่วซึมหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีการปูฉนวนกันความร้อน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "ศัพท์คนสร้างบ้าน ฉนวนกันความร้อน") แล้วหรือยัง เพื่อเก็บเป็นข้อมูลตัดสินใจก่อนการทำรีโนเวท และปรับปรุงงานโครงสร้างหลังคา

อ่านรายละเอียดการตรวจหลังคาเพิ่มเติมที่ การตรวจรับงานหลังคา ฉบับเจ้าของบ้าน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "การตรวจรับงานหลังคาฉบับเจ้าของบ้าน")

พื้นรอบบ้าน
       พื้นดินหรือพื้นรอบบ้านก็เป็นอีกส่วนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีทั้งส่วนที่มีโครงสร้างรองรับ และส่วนที่ไม่มีโครงสร้างรองรับ

       สำหรับพื้นทางเดินรอบบ้าน (คลิกเพื่ออ่านบทความ "พื้นลานทางเดินรอบบ้าน ต่างการใช้งาน ต่างโครงสร้างรองรับ") ที่มีโครงสร้างเสาเข็มรองรับ เช่น พื้นระเบียงทางเดิน พื้นโรงจอดรถ ฯลฯ ซึ่งมักเป็นโครงสร้างเสาเข็มฐานรากอีกชุดหนึ่งที่แยกจากโครงสร้างตัวบ้าน ควรสังเกตบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ส่วนนี้กับตัวบ้าน ว่ามีรอยแตกแยกต้องซ่อมแซมมากน้อยเพียงใด แต่สำหรับพื้นรอบบ้านที่ไม่มีเสาเข็มรองรับ เช่น พื้นปูบล็อกคอนกรีต พื้นสนาม พื้นหญ้า พื้นดินรอบบ้านนั้น มักเกิดการยุบตัวลงได้มากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับทุกๆ บ้านที่ผ่านการใช้งานมาระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น สำรวจพื้นดินรอบบ้านว่ามีการยุบตัวหรือไม่ เพราะอาจจะต้องทำการถมดินในส่วนที่ยุบตัวไป หรือทำการปรับระดับพื้น จัดสวนรอบบ้านใหม่ให้สวยงาม

ภาพ: ลักษณะดินรอบบ้านเกิดการทรุดตัว

       เมื่อตรวจสอบงานโครงสร้างในส่วนต่างๆ เสร็จเรียบร้อย หากโครงสร้างหลักๆ ยังมีสภาพดี เพียงทำการปรับปรุงอีกเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนวัสดุปิดผิว กั้นห้องใหม่ หรือตกแต่งบ้านตามสไตล์ ฯลฯ ก็คุ้มค่าที่จะรีโนเวท หรือหากพบรอยร้าวอันตราย โครงสร้างบิด แอ่น หรือดูไม่แข็งแรง ก็ควรปรึกษากับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างประเมินและซ่อมแซมให้ถูกต้องเรียบร้อยเสียก่อน แต่หากโครงสร้างมีสภาพเสื่อมโทรมมากๆ การทุบทิ้งสร้างใหม่ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า



บทความที่แล้ว
แนวทางการตรวจบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท
008-แนวทางการตรวจบ้านเก่า-ก่อนรีโนเวท.jpg


บทความถัดไป
แนวทางการตรวจวัสดุตกแต่งปิดผิวบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท
010-แนวทางการตรวจวัสดุตกแต่งปิดผิวบ้านเก่า-ก่อนรีโนเวท.jpg

 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ