หลากหลายสาเหตุและการแก้ปัญหาฝ้าเพดานหลุดร่วงหย่อนตกท้องช้าง

ปัญหาฝ้าเพดานหลุดล่อนสามารถแก้ไขได้ โดยต้องดูว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร เช่น การเลือกใช้โครงคร่าวฝ้าเพดานไม่เหมาะสม ติดตั้งวัสดุแผ่นฝ้าเพดานผิดวิธี ความชื้นสะสมบนแผ่นฝ้าเพดาน หรือพื้นชั้นบนเกิดการรั่วซึม เพื่อให้แก้ไขได้ตรงจุด

       ฝ้าเพดาน คือองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งของอาคาร มีคุณสมบัติช่วยบดบังความไม่เรียบร้อยของโครงสร้างหลังคาหรืองานระบบต่างๆ ช่วยป้องกันฝุ่นหรือแมลงรบกวนได้ รวมถึงยังเป็นส่วนที่ใช้ในการวางฉนวนเพื่อป้องกันเสียงหรือป้องกันความร้อนได้อีกด้วย ซึ่งฝ้าเพดานที่เหมาะสมในการใช้งานนั้น ควรเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและเหมาะสมกับรูปแบบในการติดตั้ง โดยนำมาติดตั้งกับโครงคร่าวที่ได้มาตรฐาน และมีการวางระยะห่างของโครงคร่าวที่เหมาะสมตามคู่มือการติดตั้งเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ถึงแม้ฝ้าเพดานมีคุณสมบัติที่หลากหลายในการใช้งานมากเพียงใด แต่ด้วยตำแหน่งที่ติดตั้งนั้นมักสูงกว่าระดับสายตาจึงทำให้ถูกมองข้ามอยู่เสมอๆ กว่าเจ้าของบ้านจะสังเกตเห็นก็เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น มีคราบน้ำที่บริเวณฝ้าเพดาน มีรอยแตก รอยร้าว จนถึงปัญหาหลุดร่วงอันเนื่องมาจากตัววัสดุเองหรือเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้ฝ้าเกิดการเสียหาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดได้จาก 3 สาเหตุ คือ โครงคร่าวฝ้าเพดาน วัสดุแผ่นฝ้าเพดาน และ ปัญหาน้ำรั่วซึมเหนือฝ้าเพดาน

ภาพ: ตัวอย่างฝ้าเพดานฉาบเรียบ (บน) ตัวอย่างฝ้าเพดานทีบาร์ (ล่าง)

1. ปัญหาที่เกิดจากโครงคร่าวฝ้าเพดาน
สำหรับปัญหาจากโครงคร่าวฝ้าเพดานนั้นอาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้มากทีเดียวหากพื้นที่บริเวณนั้นมีผู้ใช้งานอยู่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงควรตรวจสอบสภาพของฝ้าเพดานอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจอาศัยวิธีการสังเกตว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณแผ่นฝ้าหรือไม่ เช่น มีการแตกร้าวของแผ่น หรือการเผยอระหว่างแผ่น ซึ่งเป็นอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณเตือนว่าโครงคร่าวรับน้ำหนักบริเวณดังกล่าวอาจจะมีปัญหา จึงควรรีบทำการซ่อมแซมเสียก่อนที่ฝ้าเพดานเกิดการหลุดร่วงจนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยในที่สุด ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

1.1  ชนิดโครงคร่าวและระยะติดตั้งไม่เหมาะกับแผ่นฝ้าที่เลือกใช้
       นอกเหนือจากรูปแบบฝ้าเพดานที่ต้องการติดตั้ง (ฉาบเรียบ, ทีบาร์) จะส่งผลให้เจ้าของบ้านต้องเลือกใช้โครงคร่าวต่างชนิดกันและมีระยะการติดตั้งที่แตกต่างกันแล้ว การเลือกใช้วัสดุฝ้าที่ต่างชนิดกัน ก็มีผลต่อประเภทและระยะการวางโครงคร่าวได้เช่นกัน อาทิ หากต้องการเลือกใช้โครงเหล็กชุบกัลวาไนซ์เพื่อติดตั้งฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ด เจ้าของบ้านสามารถเลือกใช้โครงได้ทั้งเบอร์ 24 (ความหนา 0.52 มม.) และเบอร์ 26 (ความหนา 0.40 มม. ส่วนระยะห่างโครงคร่าวหลักควรติดตั้งอยู่ที่ระยะ 1 เมตร หรือ 1.2 เมตร และติดตั้งโครงรองที่ระยะ 0.40 เมตร แต่หากเจ้าของบ้านเลือกใช้เป็นแผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ด ควรเลือกใช้โครงคร่าวเบอร์ 24 ที่มีความกว้างของหน้าเหล็กไม่น้อยกว่า 38 มม. และติดตั้งระยะห่างของโครงคร่าวหลักที่ 0.80 เมตร ส่วนระยะห่างของโครงคร่าวรองจะอยู่ที่ 0.40 เมตร เป็นต้น จะเห็นได้ว่าระยะโครงคร่าวรับแผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ดมีระยะถี่กว่ายิปซัมบอร์ด เนื่องจากตัววัสดุสมาร์ทบอร์ดมีน้ำหนักมากกว่า ดังนั้นเรื่องระยะการวางโครงคร่าวจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรตรวจสอบ หากเจ้าของบ้านท่านใดต้องการประหยัดต้นทุนและเลือกโครงที่มีความบางกว่าที่คู่มือติดตั้งระบุไว้ รวมถึงอุปกรณ์ที่ยึดแขวนบางเกินไป ติดตั้งไม่ได้มาตรฐานตามที่ผู้ผลิตแนะนำ อาจช่วยประหยัดค่าก่อสร้างใด้ในเบื้องต้นได้จริง แต่ในระยะยาวอาจจะส่งผลให้ฝ้าเพดานเสียรูป ไม่เรียบ ย้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดการพังทลายลงมาและก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานอาคารได้ในที่สุด

วิธีการแก้ปัญหา
       เพื่อความปลอดภัยควรรื้อฝ้าเพดานเดิมออกทั้งหมดและเปลี่ยนประเภทโครงและซอยระยะการติดตั้งให้เหมาะสมกับฝ้าเพดานที่เลือกใช้ รวมถึงติดตั้งอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด
 

ภาพ: ตัวอย่างระยะการติดตั้งโครงคร่าวที่เหมาะสมกับฝ้าเพดานแต่ละรูปแบบ

1.2. วิธีการยึดโครงฝ้ากับท้องพื้นคอนกรีตหรือกับโครงหลังคาด้านบนไม่เหมาะสม
       บริเวณจุดที่ยึดโครงฝ้ากับโครงสร้างหลักของตัวบ้านก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งการยึดโครงฝ้านั้นมีทั้งการยึดกับท้องพื้นคอนกรีต อาทิ บริเวณใต้พื้นชั้นสองและบริเวณใต้ชั้นดาดฟ้า หรือยึดกับโครงหลังคาด้านบน เช่น บริเวณชั้นบนที่อยู่ติดกับโถงหลังคา สำหรับการยึดโครงฝ้ากับท้องพื้นชั้นบนหรือดาดฟ้า ควรเลือกใช้พุกเหล็กและฉากยึดกับท้องพื้นของตัวอาคารที่มีประสิทธิภาพ สามารถรับน้ำหนักโครงสร้างฝ้าเพดานที่เลือกใช้ได้ รวมทั้งการเลือกใช้ชุดแขวนปรับระดับก็จะช่วยปรับระดับโครงฝ้าเพดานได้ง่ายขึ้นและได้ระนาบที่เหมาะสมช่วยลดการกระเดิดของแผ่นฝ้าได้ นอกจากนี้ หากยึดโครงฝ้ากับโครงหลังคา อาจเกิดจากโครงหลังคาผุหรือเสียหายจนส่งผลให้โครงฝ้าบิดเบี้ยวตามไปด้วยก็ได้เช่นกัน

วิธีการแก้ปัญหา
       ควรรื้อโครงฝ้าเพดานทั้งหมดและทำการแก้ไขบริเวณจุดยึดโครงคร่าวกับโครงสร้างหลักให้แข็งแรงเสียก่อนเพื่อความปลอดภัย แต่หากเกิดจากโครงหลังคาเสียหาย ต้องทำการตรวจสอบโครงหลังคาและซ่อมแซมเสียก่อนแล้วจึงทำการติดตั้งโครงฝ้าที่ได้มาตรฐานเป็นลำดับถัดไป

2. ปัญหาที่เกิดจากแผ่นฝ้าเพดาน
       การเลือกใช้วัสดุแผ่นฝ้าก็มีความสำคัญที่ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโครงคร่าว มีการติดตั้งอย่างถูกวิธี ด้วยอุปกรณ์ยึดที่มีมาตรฐานเหมาะกับวัสดุแผ้นฝ้านั้นๆ ส่วนใหญ่แล้วปัญหาที่เกิดจากฝ้าเพดานจะเกิดได้ดังนี้

2.1 การเลือกใช้แผ่นฝ้าเพดานผิดประเภท
       โดยทั่วไปฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ดที่ใช้กันทั่วไปจะมีความหนาที่ 9 หรือ 12 มม.ซึ่งอาจมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติม อาทิเช่น กันชื้น กันร้อน ก็ตามแต่เจ้าของบ้านจะเลือกใช้ หรือเจ้าของบ้านบางท่านที่มีปัญหาเรื่องความชื้นก็อาจเลือกใช้วัสดุสมาร์ทบอร์ดเป็นฝ้าเพดานได้เช่นกัน เนื่องจากมีคุณสมบัติทนทานต่อความชื้นได้ดี โดยความหนาที่ควรเลือกใช้จะอยู่ที่ 3.5-6 มม. จะเห็นว่าแผ่นฝ้าเพดานแต่ละวัสดุต่างก็มีความหนาที่เหมาะสมที่แตกต่างกัน หากเจ้าของบ้านเลือกวัสดุอื่นมาประยุกต์ใช้โดยวัสดุชิ้นนั้นๆ มีความหนามากกว่าแผ่นฝ้าเพดานโดยทั่วไปก็อาจทำให้โครงคร่าวมาตรฐานที่ระบุอยู่ในคู่มือไม่สามารถรับน้ำหนักได้
 
วิธีการแก้ปัญหา
       แก้ได้โดยเปลี่ยนแผ่นฝ้าเพดานให้เหมาะสมกับโครงคร่าวฝ้าเพดานที่เลือกใช้

2.2. ติดตั้งแผ่นฝ้าเพดานไม่ถูกวิธี เลือกใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสม
       ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือฝ้าเพดานหลุดร่วงลงมาเนื่องจากเลือกใช้สกรูที่ยิงยึดไม่เหมาะสม ดังนั้น จึงควรเลือกชนิดสกรูที่เหมาะสมกับวัสดุฝ้าเพดานที่เลือกใช้ รวมถึงระยะห่างและจำนวนของสกรูยึดแผ่นควรเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งวัสดุประเภทนั้นๆ เพื่อการยึดเกาะที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การเลือกแผ่นฝ้าเพดานให้เหมาะสมกับรูปแบบการติดตั้งก็มีความสำคัญเช่นกัน อาทิ หากต้องการติดตั้งฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบควรเลือกใช้ชนิดขอบลาดเพื่อให้มีพื้นที่ในการฉาบรอยต่อได้มากขึ้นช่วยลดรอยแตกร้าวระหว่างแผ่นได้ ส่วนแผ่นขอบเรียบจะเหมาะกับการใช้ติดตั้งในรูปแบบเว้นร่องหรือแบบทีบาร์
 
วิธีการแก้ไขปัญหา
ทำได้โดยเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมตามคู่มือการติดตั้งฝ้าเพดานในรูปแบบที่ต้องการ
 

ภาพ: ควรเลือกชนิดและความหนาของแผ่นฝ้า ระยะโครงคร่าว รวมทั้งวิธียึดที่เหมาะสมกับประเภทและรูปแบบของฝ้าเพดานที่เลือกใช้

3. ปัญหาความชื้นสะสมบนแผ่นฝ้า
       ปัญหาฝ้าเดิมมีความชื้นสะสมเป็นปัญหาคลาสสิกที่พบได้บ่อยๆ ส่วนใหญ่มักจะพบปัญหาดังกล่าวได้ที่บริเวณชั้น 2 ใต้หลังคาหรือดาดฟ้า หรือหากอยู่บริเวณชั้นล่างอาจพบได้บริเวณใต้ส่วนที่เป็นห้องน้ำหรือบริเวณที่มีการเดินท่องานระบบสุขาภิบาลอยู่เหนือศีรษะ เมื่อเกิดการรั่วซึมจากบริเวณที่กล่าวมาแล้วนี้ มักส่งผลให้มีน้ำรั่วซึมและไหลลงมาบริเวณฝ้าเพดาน ในช่วงแรกอาจสังเกตเห็นเป็นเพียงรอยด่างซึ่งเป็นผลมาจากที่มีน้ำซึมลงมา เมื่อมีการรั่วซึมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานโดยที่ไม่มีการซ่อมแซม อาจส่งผลให้ฝ้าเพดานเกิดการเปื่อยและหลุดร่วงจากโครงคร่าวลงมาได้ในที่สุด  สำหรับวิธีการแก้ปัญหา แนะนำให้ซ่อมแซมส่วนที่เป็นต้นเหตุเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาท่อประปารั่วหรือพื้นดาดฟ้ารั่วซึม จากนั้นจึงทำการเปลี่ยนฝ้าเพดานเฉพาะส่วนที่มีการเสียหายจากการรั่วซึม

       จะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฝ้าเพดานส่วนใหญ่ โดยมากเกิดจากการติดตั้งหรือเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานที่มักถูกมองข้ามไป ดังนั้นก่อนทำการติดตั้งเจ้าของบ้านจึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสม โดยพิจารณาประกอบกับคู่มือการติดตั้งที่ผู้ผลิตแนะนำ เพื่อยืดอายุการใช้งานขององค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้าน และเพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัยในอนาคต ได้ทั้งความปลอดภัยและสบายกระเป๋าในคราวเดียวกันเลยค่ะ

 
 


หลากหลายสาเหตุและการแก้ปัญหาฝ้าเพดานหลุดร่วงหย่อนตกท้องช้าง

ปัญหาฝ้าเพดานหลุดล่อนสามารถแก้ไขได้ โดยต้องดูว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร เช่น การเลือกใช้โครงคร่าวฝ้าเพดานไม่เหมาะสม ติดตั้งวัสดุแผ่นฝ้าเพดานผิดวิธี ความชื้นสะสมบนแผ่นฝ้าเพดาน หรือพื้นชั้นบนเกิดการรั่วซึม เพื่อให้แก้ไขได้ตรงจุด

       ฝ้าเพดาน คือองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งของอาคาร มีคุณสมบัติช่วยบดบังความไม่เรียบร้อยของโครงสร้างหลังคาหรืองานระบบต่างๆ ช่วยป้องกันฝุ่นหรือแมลงรบกวนได้ รวมถึงยังเป็นส่วนที่ใช้ในการวางฉนวนเพื่อป้องกันเสียงหรือป้องกันความร้อนได้อีกด้วย ซึ่งฝ้าเพดานที่เหมาะสมในการใช้งานนั้น ควรเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและเหมาะสมกับรูปแบบในการติดตั้ง โดยนำมาติดตั้งกับโครงคร่าวที่ได้มาตรฐาน และมีการวางระยะห่างของโครงคร่าวที่เหมาะสมตามคู่มือการติดตั้งเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ถึงแม้ฝ้าเพดานมีคุณสมบัติที่หลากหลายในการใช้งานมากเพียงใด แต่ด้วยตำแหน่งที่ติดตั้งนั้นมักสูงกว่าระดับสายตาจึงทำให้ถูกมองข้ามอยู่เสมอๆ กว่าเจ้าของบ้านจะสังเกตเห็นก็เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น มีคราบน้ำที่บริเวณฝ้าเพดาน มีรอยแตก รอยร้าว จนถึงปัญหาหลุดร่วงอันเนื่องมาจากตัววัสดุเองหรือเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้ฝ้าเกิดการเสียหาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดได้จาก 3 สาเหตุ คือ โครงคร่าวฝ้าเพดาน วัสดุแผ่นฝ้าเพดาน และ ปัญหาน้ำรั่วซึมเหนือฝ้าเพดาน

ภาพ: ตัวอย่างฝ้าเพดานฉาบเรียบ (บน) ตัวอย่างฝ้าเพดานทีบาร์ (ล่าง)

1. ปัญหาที่เกิดจากโครงคร่าวฝ้าเพดาน
สำหรับปัญหาจากโครงคร่าวฝ้าเพดานนั้นอาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้มากทีเดียวหากพื้นที่บริเวณนั้นมีผู้ใช้งานอยู่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงควรตรวจสอบสภาพของฝ้าเพดานอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจอาศัยวิธีการสังเกตว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณแผ่นฝ้าหรือไม่ เช่น มีการแตกร้าวของแผ่น หรือการเผยอระหว่างแผ่น ซึ่งเป็นอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณเตือนว่าโครงคร่าวรับน้ำหนักบริเวณดังกล่าวอาจจะมีปัญหา จึงควรรีบทำการซ่อมแซมเสียก่อนที่ฝ้าเพดานเกิดการหลุดร่วงจนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยในที่สุด ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

1.1  ชนิดโครงคร่าวและระยะติดตั้งไม่เหมาะกับแผ่นฝ้าที่เลือกใช้
       นอกเหนือจากรูปแบบฝ้าเพดานที่ต้องการติดตั้ง (ฉาบเรียบ, ทีบาร์) จะส่งผลให้เจ้าของบ้านต้องเลือกใช้โครงคร่าวต่างชนิดกันและมีระยะการติดตั้งที่แตกต่างกันแล้ว การเลือกใช้วัสดุฝ้าที่ต่างชนิดกัน ก็มีผลต่อประเภทและระยะการวางโครงคร่าวได้เช่นกัน อาทิ หากต้องการเลือกใช้โครงเหล็กชุบกัลวาไนซ์เพื่อติดตั้งฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ด เจ้าของบ้านสามารถเลือกใช้โครงได้ทั้งเบอร์ 24 (ความหนา 0.52 มม.) และเบอร์ 26 (ความหนา 0.40 มม. ส่วนระยะห่างโครงคร่าวหลักควรติดตั้งอยู่ที่ระยะ 1 เมตร หรือ 1.2 เมตร และติดตั้งโครงรองที่ระยะ 0.40 เมตร แต่หากเจ้าของบ้านเลือกใช้เป็นแผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ด ควรเลือกใช้โครงคร่าวเบอร์ 24 ที่มีความกว้างของหน้าเหล็กไม่น้อยกว่า 38 มม. และติดตั้งระยะห่างของโครงคร่าวหลักที่ 0.80 เมตร ส่วนระยะห่างของโครงคร่าวรองจะอยู่ที่ 0.40 เมตร เป็นต้น จะเห็นได้ว่าระยะโครงคร่าวรับแผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ดมีระยะถี่กว่ายิปซัมบอร์ด เนื่องจากตัววัสดุสมาร์ทบอร์ดมีน้ำหนักมากกว่า ดังนั้นเรื่องระยะการวางโครงคร่าวจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรตรวจสอบ หากเจ้าของบ้านท่านใดต้องการประหยัดต้นทุนและเลือกโครงที่มีความบางกว่าที่คู่มือติดตั้งระบุไว้ รวมถึงอุปกรณ์ที่ยึดแขวนบางเกินไป ติดตั้งไม่ได้มาตรฐานตามที่ผู้ผลิตแนะนำ อาจช่วยประหยัดค่าก่อสร้างใด้ในเบื้องต้นได้จริง แต่ในระยะยาวอาจจะส่งผลให้ฝ้าเพดานเสียรูป ไม่เรียบ ย้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดการพังทลายลงมาและก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานอาคารได้ในที่สุด

วิธีการแก้ปัญหา
       เพื่อความปลอดภัยควรรื้อฝ้าเพดานเดิมออกทั้งหมดและเปลี่ยนประเภทโครงและซอยระยะการติดตั้งให้เหมาะสมกับฝ้าเพดานที่เลือกใช้ รวมถึงติดตั้งอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด
 

ภาพ: ตัวอย่างระยะการติดตั้งโครงคร่าวที่เหมาะสมกับฝ้าเพดานแต่ละรูปแบบ

1.2. วิธีการยึดโครงฝ้ากับท้องพื้นคอนกรีตหรือกับโครงหลังคาด้านบนไม่เหมาะสม
       บริเวณจุดที่ยึดโครงฝ้ากับโครงสร้างหลักของตัวบ้านก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งการยึดโครงฝ้านั้นมีทั้งการยึดกับท้องพื้นคอนกรีต อาทิ บริเวณใต้พื้นชั้นสองและบริเวณใต้ชั้นดาดฟ้า หรือยึดกับโครงหลังคาด้านบน เช่น บริเวณชั้นบนที่อยู่ติดกับโถงหลังคา สำหรับการยึดโครงฝ้ากับท้องพื้นชั้นบนหรือดาดฟ้า ควรเลือกใช้พุกเหล็กและฉากยึดกับท้องพื้นของตัวอาคารที่มีประสิทธิภาพ สามารถรับน้ำหนักโครงสร้างฝ้าเพดานที่เลือกใช้ได้ รวมทั้งการเลือกใช้ชุดแขวนปรับระดับก็จะช่วยปรับระดับโครงฝ้าเพดานได้ง่ายขึ้นและได้ระนาบที่เหมาะสมช่วยลดการกระเดิดของแผ่นฝ้าได้ นอกจากนี้ หากยึดโครงฝ้ากับโครงหลังคา อาจเกิดจากโครงหลังคาผุหรือเสียหายจนส่งผลให้โครงฝ้าบิดเบี้ยวตามไปด้วยก็ได้เช่นกัน

วิธีการแก้ปัญหา
       ควรรื้อโครงฝ้าเพดานทั้งหมดและทำการแก้ไขบริเวณจุดยึดโครงคร่าวกับโครงสร้างหลักให้แข็งแรงเสียก่อนเพื่อความปลอดภัย แต่หากเกิดจากโครงหลังคาเสียหาย ต้องทำการตรวจสอบโครงหลังคาและซ่อมแซมเสียก่อนแล้วจึงทำการติดตั้งโครงฝ้าที่ได้มาตรฐานเป็นลำดับถัดไป

2. ปัญหาที่เกิดจากแผ่นฝ้าเพดาน
       การเลือกใช้วัสดุแผ่นฝ้าก็มีความสำคัญที่ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโครงคร่าว มีการติดตั้งอย่างถูกวิธี ด้วยอุปกรณ์ยึดที่มีมาตรฐานเหมาะกับวัสดุแผ้นฝ้านั้นๆ ส่วนใหญ่แล้วปัญหาที่เกิดจากฝ้าเพดานจะเกิดได้ดังนี้

2.1 การเลือกใช้แผ่นฝ้าเพดานผิดประเภท
       โดยทั่วไปฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ดที่ใช้กันทั่วไปจะมีความหนาที่ 9 หรือ 12 มม.ซึ่งอาจมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติม อาทิเช่น กันชื้น กันร้อน ก็ตามแต่เจ้าของบ้านจะเลือกใช้ หรือเจ้าของบ้านบางท่านที่มีปัญหาเรื่องความชื้นก็อาจเลือกใช้วัสดุสมาร์ทบอร์ดเป็นฝ้าเพดานได้เช่นกัน เนื่องจากมีคุณสมบัติทนทานต่อความชื้นได้ดี โดยความหนาที่ควรเลือกใช้จะอยู่ที่ 3.5-6 มม. จะเห็นว่าแผ่นฝ้าเพดานแต่ละวัสดุต่างก็มีความหนาที่เหมาะสมที่แตกต่างกัน หากเจ้าของบ้านเลือกวัสดุอื่นมาประยุกต์ใช้โดยวัสดุชิ้นนั้นๆ มีความหนามากกว่าแผ่นฝ้าเพดานโดยทั่วไปก็อาจทำให้โครงคร่าวมาตรฐานที่ระบุอยู่ในคู่มือไม่สามารถรับน้ำหนักได้
 
วิธีการแก้ปัญหา
       แก้ได้โดยเปลี่ยนแผ่นฝ้าเพดานให้เหมาะสมกับโครงคร่าวฝ้าเพดานที่เลือกใช้

2.2. ติดตั้งแผ่นฝ้าเพดานไม่ถูกวิธี เลือกใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสม
       ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือฝ้าเพดานหลุดร่วงลงมาเนื่องจากเลือกใช้สกรูที่ยิงยึดไม่เหมาะสม ดังนั้น จึงควรเลือกชนิดสกรูที่เหมาะสมกับวัสดุฝ้าเพดานที่เลือกใช้ รวมถึงระยะห่างและจำนวนของสกรูยึดแผ่นควรเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งวัสดุประเภทนั้นๆ เพื่อการยึดเกาะที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การเลือกแผ่นฝ้าเพดานให้เหมาะสมกับรูปแบบการติดตั้งก็มีความสำคัญเช่นกัน อาทิ หากต้องการติดตั้งฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบควรเลือกใช้ชนิดขอบลาดเพื่อให้มีพื้นที่ในการฉาบรอยต่อได้มากขึ้นช่วยลดรอยแตกร้าวระหว่างแผ่นได้ ส่วนแผ่นขอบเรียบจะเหมาะกับการใช้ติดตั้งในรูปแบบเว้นร่องหรือแบบทีบาร์
 
วิธีการแก้ไขปัญหา
ทำได้โดยเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมตามคู่มือการติดตั้งฝ้าเพดานในรูปแบบที่ต้องการ
 

ภาพ: ควรเลือกชนิดและความหนาของแผ่นฝ้า ระยะโครงคร่าว รวมทั้งวิธียึดที่เหมาะสมกับประเภทและรูปแบบของฝ้าเพดานที่เลือกใช้

3. ปัญหาความชื้นสะสมบนแผ่นฝ้า
       ปัญหาฝ้าเดิมมีความชื้นสะสมเป็นปัญหาคลาสสิกที่พบได้บ่อยๆ ส่วนใหญ่มักจะพบปัญหาดังกล่าวได้ที่บริเวณชั้น 2 ใต้หลังคาหรือดาดฟ้า หรือหากอยู่บริเวณชั้นล่างอาจพบได้บริเวณใต้ส่วนที่เป็นห้องน้ำหรือบริเวณที่มีการเดินท่องานระบบสุขาภิบาลอยู่เหนือศีรษะ เมื่อเกิดการรั่วซึมจากบริเวณที่กล่าวมาแล้วนี้ มักส่งผลให้มีน้ำรั่วซึมและไหลลงมาบริเวณฝ้าเพดาน ในช่วงแรกอาจสังเกตเห็นเป็นเพียงรอยด่างซึ่งเป็นผลมาจากที่มีน้ำซึมลงมา เมื่อมีการรั่วซึมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานโดยที่ไม่มีการซ่อมแซม อาจส่งผลให้ฝ้าเพดานเกิดการเปื่อยและหลุดร่วงจากโครงคร่าวลงมาได้ในที่สุด  สำหรับวิธีการแก้ปัญหา แนะนำให้ซ่อมแซมส่วนที่เป็นต้นเหตุเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาท่อประปารั่วหรือพื้นดาดฟ้ารั่วซึม จากนั้นจึงทำการเปลี่ยนฝ้าเพดานเฉพาะส่วนที่มีการเสียหายจากการรั่วซึม

       จะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฝ้าเพดานส่วนใหญ่ โดยมากเกิดจากการติดตั้งหรือเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานที่มักถูกมองข้ามไป ดังนั้นก่อนทำการติดตั้งเจ้าของบ้านจึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสม โดยพิจารณาประกอบกับคู่มือการติดตั้งที่ผู้ผลิตแนะนำ เพื่อยืดอายุการใช้งานขององค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้าน และเพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัยในอนาคต ได้ทั้งความปลอดภัยและสบายกระเป๋าในคราวเดียวกันเลยค่ะ

 
 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ