View : 1792

จัณฑีครห์ เมืองสมัยใหม่ในอุดมคติของ เลอ คอร์บูซิเยร์

การนำเสนอเมืองสมัยใหม่ในอุดมคติของ เลอ คอร์บูซิเยร์ เป็นจริงที่เมืองจัณฑีครห์ ซึ่งแม้จะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องการยกระดับผู้คน แต่กระนั้นก็ตาม สถาปัตยกรรม ณ ที่แห่งนี้ก็มีความโดดเด่นทั้งเรื่องความหยาบของผิวคอนกรีตเปลือยและการเล่นกับแสงเงาในอินเดียได้อย่างเฉียบคม ราวกับประติมากรรมคอนกรีตที่มีเสน่ห์ให้เหล่าสถาปนิกหลายรุ่นที่ชื่นชมผลงานของเขาจากทั่วโลกมาเยือนอยู่เสมอ

       ในศตวรรษที่ 20 ช่วงที่สถาปัตยกรรมอยู่ในยุคสมัยใหม่ (Modern) เหล่าสถาปนิกหัวก้าวหน้าได้พากันเสนอวิสัยทัศน์ถึงเมืองสมัยใหม่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์เราตามอุดมคติของตัวเอง หนึ่งในนั้นคือสถาปนิกหัวก้าวหน้าแห่งยุคนามว่าเลอ คอร์บูซิเยร์” (Le Corbusier) ได้นำเสนอเมืองสมัยใหม่ในอุดมคติของตัวเอง คอร์บูซิเยร์ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับปัญหาและสภาพชีวิตในเมืองมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 และในปี ค.ศ. 1922 คอร์บูซิเยร์ได้นำเสนอโครงการแห่งอนาคตที่ระทึกใจให้กับโลกสมัยใหม่ ณ ปารีส ฝรั่งเศสในชื่อว่า La Ville Contemporaine หรือแปลว่าเมืองร่วมสมัย ในวิสัยทัศน์นั้น เมืองถูกออกแบบให้รองรับประชากรในเมืองนี้ถึง 3 ล้านคน คอร์บูซิเยร์ได้อ้างถึงวิสัยทัศน์ล้ำสมัยของเขาซึ่งเผื่อไปถึงอนาคตภายหน้าอีก 25 ปีเลยทีเดียว
 
       แต่แม้ว่าจะพากเพียรในการนำเสนอแนวคิดเรื่องเมืองล้ำสมัย ให้เป็นจริงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปนำเสนอแผนผังเมืองสมัยใหม่ทั่วยุโรป จนถึงการเดินทางไปกลับแอลเจียร์ถึง 7 ครั้งในห้วงภาวะสงครามก็ตาม แนวความคิดนี้กลับไม่ได้รับความสนใจเพราะมันใหม่จนเกินไปที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจได้ จนเมื่อโอกาสมาถึงในยุคที่อินเดียมีการแบ่งประเทศ โดยเมืองทางเหนือคือรัฐปัญจาบได้ทำการแยกตัว ชาวอินเดียที่เป็นมุสลิมได้ขอแยกประเทศด้วยประเด็นเรื่องศาสนาที่แตกต่างกันเพราะอินเดียมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู ทำให้เมืองนั้นถูกแยกกลายเป็นประเทศปากีสถานตะวันตก ในขณะนั้นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย ชวาหระลาล เนห์รู ได้เชิญคอร์บูซิเยร์ให้มาออกแบบเมืองหลวงใหม่ของรัฐปัญจาบแทนเมืองที่อยู่ฝั่งปากีสถาน โอกาสนั้นทำให้เมืองในจินตนาการของคอร์บูซิเยร์เป็นจริงเมื่อปี ค.ศ. 1951 ณ จัณฑีครห์

ภาพ: แผนผังเมืองจัณฑีครห์

       สิ่งที่สถาปนิกเอกของโลกอย่างคอร์บูซิเยร์ได้ทำคือทำการออกแบบเมืองจัณฑีครห์ด้วยอุดมคติอย่างแรงกล้ากับแนวคิด 7Vs ซึ่งเป็นการแบ่งระดับของเส้นทางสัญจรภายในเมืองออกเป็น 7 ระดับ คือ

V1 arterial roads คือถนนเส้นทางหลักซึ่งเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของเมืองที่เชื่อมต่อเมืองจัณฑีครห์กับเมืองอื่นๆ
V2 major boulevards คือถนนหลักเหมือนกันแต่เส้นเล็กกว่า V1
V3 sector definers คือถนนที่เป็นเส้นแบ่งส่วนต่างๆ (sector) ของเมือง
V4 shopping streets คือถนนย่านค้าขาย
V5 neighborhood streets คือถนนระดับชุมชน
V6 access lanes ถนนที่เข้าไปสู่ที่ต่างๆ เช่น ถนนเข้าบ้าน เป็นต้น
V7 pedestrian paths ทางคนเดิน 

ภาพ: ถนนในเมืองจัณฑีครห์ มีการแยกเส้นสัญจรของพาหนะชัดเจนตามอุดมคติของสถาปนิก

       แต่ในเวลาต่อมาคอร์บูซิเยร์ได้เพิ่ม V8 ขึ้นมาคือ cycle tracks หรือทางรถจักรยาน เมืองอุดมคติของโลกโมเดิร์นได้ถูกทำให้เป็นจริง ณ ที่นี้ เมืองสมัยใหม่ของเขา ถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลาถึงความไม่เข้ากันกับบริบทเมืองในเอเชีย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ดูจะประสบความสำเร็จในโลกตะวันตกแบบเซนทรัลปาร์คที่นิวยอร์ค แต่ที่อินเดียมันกลายเป็นพื้นที่ร้างขนาดใหญ่ ประชาชนส่วนใหญ่นิยมใช้พื้นที่แบบลานขนาดเล็กหน้าบ้านตัวเองมากกว่า อย่างเช่นการให้เหล่าเด็กๆ เล่นบนถนนหน้าบ้านโดยที่แม่บ้านเฝ้าดูห่างๆ จากภายในบ้านมากกว่าที่จะพาเหล่าเด็กๆ ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะของเมือง

ภาพ: อาคารศาลสูง

ภาพ: อาคารศาลสูง เมื่อมองมาจากอาคารรัฐสภา

       การออกแบบทางเดินมีหลังคาคลุมที่แลดูสะดวกสบาย (arcade) แล้วออกแบบให้เหล่าร้านค้าอยู่กับทางเดินนี้ กลับไม่ประสบความสำเร็จในสังคมอินเดีย เมื่อใช้งานไปนานวันเข้า เหล่าพ่อค้าแม่ขายชาวอินเดียก็พากันยึดพื้นที่ว่างริมทางที่ควรจะเป็นทางเดินหรือที่จอดรถให้กลายเป็นร้านค้าชั่วคราวแบบเอเชียนิยม ที่มองว่าถนนไม่ได้เป็นแค่ทางสัญจรของรถ แต่มันกลายเป็นที่พบปะกันของคนในสังคม คล้ายกับวัฒนธรรมปิดถนนแล้วสร้างตลาดนัดแบบบ้านเรา ในภาพรวมที่เวลาไปเยี่ยมเมืองจัณฑีครห์ เราจะพบกับเมืองที่ดูเวิ้งว้าง และเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ถึงความล้มเหลวของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ต้องการยกระดับผู้คน คำถามที่สำคัญแต่ลืมกันไปคือผู้คนในถิ่นที่นั้นต้องการความทันสมัยแบบโลกสมัยใหม่ของตะวันตกจริงหรือ? 

ภาพ: อาคารรัฐสภา

       แต่กระนั้นก็ตาม เมืองคอนกรีตแห่งนี้ที่คอร์บูซิเยร์ออกแบบยังเป็นสถานที่ปักหมุดสำคัญของสถาปนิกที่ชื่นชมผลงานเขาจากทั่วโลก เพื่อมาชมงานออกแบบที่คอร์บูซิเยร์ได้ลงมือออกแบบด้วยตัวเองคือส่วน Capitol Complex ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองใน sector 1 ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานเลขานุการ อาคารศาลสูง อาคารรัฐสภา และที่สำคัญคือ Open hand ประติมากรรมมือยักษ์ อันมีฉากหลังคือหุบเขาหิมาลัย ซึ่งทางสภาเมืองให้ความสำคัญจนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้อย่างเป็นทางการเลยทีเดียว

ภาพ: ประติมากรรมมือยักษ์ Open hand

       สถาปัตยกรรมในเมืองจัณฑีครห์ที่คอร์บูซิเยร์ออกแบบประกอบด้วยคอนกรีตเป็นหลัก เนื่องจากเป็นวัสดุหลักที่ใช้ในงานของเขาช่วงหลังในวัยใกล้หกสิบ แต่เปลี่ยนวิธีสร้างจากที่เป็นคอนกรีตผิวเรียบเกลี้ยง กลายเป็นคอนกรีตเปลือยที่มีความหยาบ เน้นรูปทรงชัดเจนแบบประติมากรรมมากขึ้นกว่างานของเขาในวัยหนุ่ม งานทุกชิ้นของเขาจึงเป็นประติมากรรมคอนกรีตที่เล่นกับแสงเงาของอินเดียได้เฉียบคม จนยังมีมนต์เสน่ห์ให้สถาปนิกหลายรุ่นมาเยือนอยู่เสมอ หากใครสนใจไปดูงานระดับ Great Architect ไม่ไกลจากบ้านเรา ขอแนะนำให้มาที่จัณฑีครห์ พร้อมกับทำเอกสารขออนุญาตที่ Architect Archive ในเมืองบริเวณ sector 9 ก่อนเข้าชมอาคารประวัติศาสตร์ของโมเดิร์นนิสต์

ภาพ: ทางเดินมีหลังคาคลุม (arcade) ออกแบบให้ป้องกันแสงแดดส่องเข้ามา

ภาพ: สภาพการใช้งานบนที่ว่างสาธารณะในปัจจุบันที่ไม่ได้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของคอร์บูซิเยร์

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง

  • ประทีป มาลากุล , ม.ล. สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ, 2539 
  • ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ ,เลอ คอร์บูซิเยร์ สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20.สำนักพิมพ์สารคดี,2551
  • โบรลิน, เบรน ซี.ความล้มเหลวของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ The failure of modern architecture; สมชาติ จึงสิริอารักษ์ : แปล.สำนักพิมพ์คอมม่อนบุ๊คส : กรุงเทพฯ, 2556
  • สันติรักษ์ ประเสริฐสุข, สุนทรียศาสตร์และทฤษฎีสถาปัตยกรรม : จากคลาสสิกถึงดีคอนสตรัคชัน,โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,2552
  • Hasan-Uddin Khan, Julian Beinart, Charles Correa.Le Corbusier: Chandigarh and the Modern City.Maipin Publishing.2009

จัณฑีครห์ เมืองสมัยใหม่ในอุดมคติของ เลอ คอร์บูซิเยร์

การนำเสนอเมืองสมัยใหม่ในอุดมคติของ เลอ คอร์บูซิเยร์ เป็นจริงที่เมืองจัณฑีครห์ ซึ่งแม้จะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องการยกระดับผู้คน แต่กระนั้นก็ตาม สถาปัตยกรรม ณ ที่แห่งนี้ก็มีความโดดเด่นทั้งเรื่องความหยาบของผิวคอนกรีตเปลือยและการเล่นกับแสงเงาในอินเดียได้อย่างเฉียบคม ราวกับประติมากรรมคอนกรีตที่มีเสน่ห์ให้เหล่าสถาปนิกหลายรุ่นที่ชื่นชมผลงานของเขาจากทั่วโลกมาเยือนอยู่เสมอ

       ในศตวรรษที่ 20 ช่วงที่สถาปัตยกรรมอยู่ในยุคสมัยใหม่ (Modern) เหล่าสถาปนิกหัวก้าวหน้าได้พากันเสนอวิสัยทัศน์ถึงเมืองสมัยใหม่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์เราตามอุดมคติของตัวเอง หนึ่งในนั้นคือสถาปนิกหัวก้าวหน้าแห่งยุคนามว่าเลอ คอร์บูซิเยร์” (Le Corbusier) ได้นำเสนอเมืองสมัยใหม่ในอุดมคติของตัวเอง คอร์บูซิเยร์ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับปัญหาและสภาพชีวิตในเมืองมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 และในปี ค.ศ. 1922 คอร์บูซิเยร์ได้นำเสนอโครงการแห่งอนาคตที่ระทึกใจให้กับโลกสมัยใหม่ ณ ปารีส ฝรั่งเศสในชื่อว่า La Ville Contemporaine หรือแปลว่าเมืองร่วมสมัย ในวิสัยทัศน์นั้น เมืองถูกออกแบบให้รองรับประชากรในเมืองนี้ถึง 3 ล้านคน คอร์บูซิเยร์ได้อ้างถึงวิสัยทัศน์ล้ำสมัยของเขาซึ่งเผื่อไปถึงอนาคตภายหน้าอีก 25 ปีเลยทีเดียว
 
       แต่แม้ว่าจะพากเพียรในการนำเสนอแนวคิดเรื่องเมืองล้ำสมัย ให้เป็นจริงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปนำเสนอแผนผังเมืองสมัยใหม่ทั่วยุโรป จนถึงการเดินทางไปกลับแอลเจียร์ถึง 7 ครั้งในห้วงภาวะสงครามก็ตาม แนวความคิดนี้กลับไม่ได้รับความสนใจเพราะมันใหม่จนเกินไปที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจได้ จนเมื่อโอกาสมาถึงในยุคที่อินเดียมีการแบ่งประเทศ โดยเมืองทางเหนือคือรัฐปัญจาบได้ทำการแยกตัว ชาวอินเดียที่เป็นมุสลิมได้ขอแยกประเทศด้วยประเด็นเรื่องศาสนาที่แตกต่างกันเพราะอินเดียมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู ทำให้เมืองนั้นถูกแยกกลายเป็นประเทศปากีสถานตะวันตก ในขณะนั้นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย ชวาหระลาล เนห์รู ได้เชิญคอร์บูซิเยร์ให้มาออกแบบเมืองหลวงใหม่ของรัฐปัญจาบแทนเมืองที่อยู่ฝั่งปากีสถาน โอกาสนั้นทำให้เมืองในจินตนาการของคอร์บูซิเยร์เป็นจริงเมื่อปี ค.ศ. 1951 ณ จัณฑีครห์

ภาพ: แผนผังเมืองจัณฑีครห์

       สิ่งที่สถาปนิกเอกของโลกอย่างคอร์บูซิเยร์ได้ทำคือทำการออกแบบเมืองจัณฑีครห์ด้วยอุดมคติอย่างแรงกล้ากับแนวคิด 7Vs ซึ่งเป็นการแบ่งระดับของเส้นทางสัญจรภายในเมืองออกเป็น 7 ระดับ คือ

V1 arterial roads คือถนนเส้นทางหลักซึ่งเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของเมืองที่เชื่อมต่อเมืองจัณฑีครห์กับเมืองอื่นๆ
V2 major boulevards คือถนนหลักเหมือนกันแต่เส้นเล็กกว่า V1
V3 sector definers คือถนนที่เป็นเส้นแบ่งส่วนต่างๆ (sector) ของเมือง
V4 shopping streets คือถนนย่านค้าขาย
V5 neighborhood streets คือถนนระดับชุมชน
V6 access lanes ถนนที่เข้าไปสู่ที่ต่างๆ เช่น ถนนเข้าบ้าน เป็นต้น
V7 pedestrian paths ทางคนเดิน 

ภาพ: ถนนในเมืองจัณฑีครห์ มีการแยกเส้นสัญจรของพาหนะชัดเจนตามอุดมคติของสถาปนิก

       แต่ในเวลาต่อมาคอร์บูซิเยร์ได้เพิ่ม V8 ขึ้นมาคือ cycle tracks หรือทางรถจักรยาน เมืองอุดมคติของโลกโมเดิร์นได้ถูกทำให้เป็นจริง ณ ที่นี้ เมืองสมัยใหม่ของเขา ถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลาถึงความไม่เข้ากันกับบริบทเมืองในเอเชีย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ดูจะประสบความสำเร็จในโลกตะวันตกแบบเซนทรัลปาร์คที่นิวยอร์ค แต่ที่อินเดียมันกลายเป็นพื้นที่ร้างขนาดใหญ่ ประชาชนส่วนใหญ่นิยมใช้พื้นที่แบบลานขนาดเล็กหน้าบ้านตัวเองมากกว่า อย่างเช่นการให้เหล่าเด็กๆ เล่นบนถนนหน้าบ้านโดยที่แม่บ้านเฝ้าดูห่างๆ จากภายในบ้านมากกว่าที่จะพาเหล่าเด็กๆ ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะของเมือง

ภาพ: อาคารศาลสูง

ภาพ: อาคารศาลสูง เมื่อมองมาจากอาคารรัฐสภา

       การออกแบบทางเดินมีหลังคาคลุมที่แลดูสะดวกสบาย (arcade) แล้วออกแบบให้เหล่าร้านค้าอยู่กับทางเดินนี้ กลับไม่ประสบความสำเร็จในสังคมอินเดีย เมื่อใช้งานไปนานวันเข้า เหล่าพ่อค้าแม่ขายชาวอินเดียก็พากันยึดพื้นที่ว่างริมทางที่ควรจะเป็นทางเดินหรือที่จอดรถให้กลายเป็นร้านค้าชั่วคราวแบบเอเชียนิยม ที่มองว่าถนนไม่ได้เป็นแค่ทางสัญจรของรถ แต่มันกลายเป็นที่พบปะกันของคนในสังคม คล้ายกับวัฒนธรรมปิดถนนแล้วสร้างตลาดนัดแบบบ้านเรา ในภาพรวมที่เวลาไปเยี่ยมเมืองจัณฑีครห์ เราจะพบกับเมืองที่ดูเวิ้งว้าง และเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ถึงความล้มเหลวของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ต้องการยกระดับผู้คน คำถามที่สำคัญแต่ลืมกันไปคือผู้คนในถิ่นที่นั้นต้องการความทันสมัยแบบโลกสมัยใหม่ของตะวันตกจริงหรือ? 

ภาพ: อาคารรัฐสภา

       แต่กระนั้นก็ตาม เมืองคอนกรีตแห่งนี้ที่คอร์บูซิเยร์ออกแบบยังเป็นสถานที่ปักหมุดสำคัญของสถาปนิกที่ชื่นชมผลงานเขาจากทั่วโลก เพื่อมาชมงานออกแบบที่คอร์บูซิเยร์ได้ลงมือออกแบบด้วยตัวเองคือส่วน Capitol Complex ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองใน sector 1 ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานเลขานุการ อาคารศาลสูง อาคารรัฐสภา และที่สำคัญคือ Open hand ประติมากรรมมือยักษ์ อันมีฉากหลังคือหุบเขาหิมาลัย ซึ่งทางสภาเมืองให้ความสำคัญจนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้อย่างเป็นทางการเลยทีเดียว

ภาพ: ประติมากรรมมือยักษ์ Open hand

       สถาปัตยกรรมในเมืองจัณฑีครห์ที่คอร์บูซิเยร์ออกแบบประกอบด้วยคอนกรีตเป็นหลัก เนื่องจากเป็นวัสดุหลักที่ใช้ในงานของเขาช่วงหลังในวัยใกล้หกสิบ แต่เปลี่ยนวิธีสร้างจากที่เป็นคอนกรีตผิวเรียบเกลี้ยง กลายเป็นคอนกรีตเปลือยที่มีความหยาบ เน้นรูปทรงชัดเจนแบบประติมากรรมมากขึ้นกว่างานของเขาในวัยหนุ่ม งานทุกชิ้นของเขาจึงเป็นประติมากรรมคอนกรีตที่เล่นกับแสงเงาของอินเดียได้เฉียบคม จนยังมีมนต์เสน่ห์ให้สถาปนิกหลายรุ่นมาเยือนอยู่เสมอ หากใครสนใจไปดูงานระดับ Great Architect ไม่ไกลจากบ้านเรา ขอแนะนำให้มาที่จัณฑีครห์ พร้อมกับทำเอกสารขออนุญาตที่ Architect Archive ในเมืองบริเวณ sector 9 ก่อนเข้าชมอาคารประวัติศาสตร์ของโมเดิร์นนิสต์

ภาพ: ทางเดินมีหลังคาคลุม (arcade) ออกแบบให้ป้องกันแสงแดดส่องเข้ามา

ภาพ: สภาพการใช้งานบนที่ว่างสาธารณะในปัจจุบันที่ไม่ได้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของคอร์บูซิเยร์

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง

  • ประทีป มาลากุล , ม.ล. สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ, 2539 
  • ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ ,เลอ คอร์บูซิเยร์ สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20.สำนักพิมพ์สารคดี,2551
  • โบรลิน, เบรน ซี.ความล้มเหลวของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ The failure of modern architecture; สมชาติ จึงสิริอารักษ์ : แปล.สำนักพิมพ์คอมม่อนบุ๊คส : กรุงเทพฯ, 2556
  • สันติรักษ์ ประเสริฐสุข, สุนทรียศาสตร์และทฤษฎีสถาปัตยกรรม : จากคลาสสิกถึงดีคอนสตรัคชัน,โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,2552
  • Hasan-Uddin Khan, Julian Beinart, Charles Correa.Le Corbusier: Chandigarh and the Modern City.Maipin Publishing.2009

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ