View : 8404

เตรียมพื้นที่ให้พร้อมก่อนเริ่มก่อสร้าง

การเตรียมพื้นที่ให้พร้อมก่อนการก่อสร้างบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ก่อสร้าง สถานที่กองเก็บวัสดุ งานระบบภายในบ้าน รวมถึงระบบไฟฟ้า เพื่อช่วยคลายความกังวลข้อข้องใจต่างๆ ของเจ้าของบ้านลง และช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

        “บ้าน” หนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญ รวมถึงอาจจะเป็นเป้าหมายอันสูงสุดของใครหลายๆ คน การที่จะได้บ้านสักหลังหนึ่งนั้นประกอบด้วยปัจจัยสำคัญต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ ที่ดิน รูปแบบบ้าน ตลอดจนขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งบางขั้นตอนก็มักจะทำให้เจ้าของบ้านปวดหัวหรือมีปัญหาบางประการที่ทำให้คิดไม่ตกอยู่มากพอสมควร ยิ่งสำหรับท่านที่มีที่ดินเป็นของตนเองและยังต้องการที่จะปลูกบ้านบนที่ดินที่มี อาจจะต้องมีประเด็นที่ต้องเตรียมความพร้อมมากกว่าการซื้อบ้านสำเร็จรูปอยู่สักหน่อย โดยเฉพาะเมื่อถึงขั้นตอนที่ต้องทำการเตรียมพื้นที่ก่อนเข้าสู่การก่อสร้าง ซึ่งสามารถแบ่งได้หลายประเด็นจะมีอะไรบ้างนั้น ตามเรามาเลยค่ะ 

ก่อนจะเริ่มต้องเพิ่มเติมอะไรบ้าง
เตรียมพื้นที่ก่อสร้างใหม่บนที่ดินว่างเปล่า
       กรณีที่เจ้าของบ้านต้องการสร้างบ้านบนที่ดินว่างเปล่าที่มีอยู่เดิมแล้วนั้น กรณีนี้อาจจะไม่ยุ่งยากมากนักเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการรื้อถอนหรือย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่ก่อสร้างเดิม แต่อาจมีประเด็นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมคือการปรับระดับพื้นที่หรือการถมที่ดินก่อนเริ่มก่อสร้างนั่นเอง ก่อนอื่นควรทำการกำหนดระดับความสูงของการถมที่ดินที่ต้องการ โดยพิจารณาจากพื้นที่โดยรอบ อาทิ ระดับของพื้นถนนใกล้เคียง หรือในกรณีที่เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง โดยอาจจะพิจารณาความสูงของระดับน้ำที่เคยท่วมพื้นที่ด้วยเพื่อประกอบการตัดสินใจ เมื่อทราบระดับความสูงของดินที่ต้องการถมแล้ว ลำดับถัดมาคือระยะเวลาที่ต้องทิ้งพื้นที่ไว้เมื่อถมดินเรียบร้อยแล้ว หากต้องการถมที่ระดับความสูงมากกว่า 50 ซม.ขึ้นไปไม่ควรทำการก่อสร้างเลยทันที ควรทิ้งระยะเวลาให้ผ่านฝนไปสักฤดูกาลหนึ่ง เพื่อให้หน้าดินมีการเซตตัวและไม่เกิดการทรุดตัวมากนักในระยะยาว หลายท่านๆ คงเคยประสบปัญหาดินรอบบ้านทรุดจนเห็นโพรงใต้บ้าน ส่วนใหญ่ก็มักเกิดจากกรณีที่ถมดินสูงและไม่ทิ้งระยะเวลาหลังจากถมดิน ส่งผลเกิดปัญหาดังกล่าวนั่นเองค่ะ

กรณีสร้างบ้านใหม่บนที่ดินที่เคยมีบ้านเดิมอยู่
       สำหรับหลายๆ ท่านที่มีแผนสร้างบ้านใหม่บนที่ดินที่เคยมีบ้านเดิมอยู่ ควรเตรียมการหาที่อยู่สำรองที่ไม่ไกลจากสถานที่ก่อสร้างมากนัก เพื่อความสะดวกสบายในการย้ายสิ่งของจากบ้านเดิมเมื่อถึงเวลาที่ต้องรื้อถอนและอีกทั้งยังสามารถที่จะเดินทางมาตรวจสอบไซต์งานระหว่างการก่อสร้างบ้านใหม่ได้ไม่ยาก นอกจากนี้ในบางกรณีอาจต้องมีการตระเตรียมพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับทีมงานที่จะเข้ามาก่อสร้างด้วย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของทีมงานและเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการก่อสร้าง

       แต่ในกรณีที่เจ้าของบ้านทำการรื้อถอนแค่บางส่วนแต่ยังมีส่วนที่อยู่อาศัยได้ และต้องการอยู่อาศัยภายในพื้นที่ก่อสร้างด้วยนั้น ควรทำการตรวจสอบและพิจารณาขนาดพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคเดิมในพื้นที่นั้นๆ  เสียก่อน อาทิเช่น จำนวนห้องน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ว่าเพียงพอต่อการใช้งานของผู้ที่ต้องอยู่อาศัยบริเวณพื้นที่ก่อสร้างหรือไม่ เนื่องจากบางส่วนอาจต้องมีการรื้อถอนอาคารและงานระบบบางส่วนออกเพื่อเตรียมก่อสร้าง จึงควรมีการวางแผนในการจัดวางพื้นที่เพื่อเตรียมการอยู่อาศัยเสียก่อน เพื่อจะได้จัดลำดับการรื้อถอนและก่อสร้างบริเวณต่างๆ ได้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของเจ้าของบ้านในขณะที่มีการก่อสร้างนั่นเอง

       นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องฝุ่น ควัน เสียง และอันตรายจากการก่อสร้างที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยและเพื่อนบ้านไม่ปลอดภัย จึงควรป้องกันโดยแยกพื้นที่ก่อสร้างออกจากพื้นที่อยู่อาศัยอย่างเด็ดขาด และกั้นพื้นที่ก่อสร้างให้มิดชิด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านควรแจ้งผู้รับเหมาให้ดำเนินการก่อนเริ่มก่อสร้าง โดยอาจเลือกใช้เป็นผ้าใบ เมทัลชีท หรือวัสดุอื่นๆ ให้เหมาะสมกับความสูงของอาคารที่จะก่อสร้างโดยพิจารณาควบคู่กับมลภาวะที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างด้วย เพราะถึงแม้ทางกฏหมายจะกำหนดให้เฉพาะอาคารขนาดใหญ่ต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ก็จริง แต่สำหรับบ้านพักอาศัยหรืออาคารขนาดเล็กก็ควรจะใส่ใจและให้ความสำคัญกับการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยรอบด้านเช่นกัน
 

ภาพ: ตัวอย่างการกั้นพื้นที่ก่อสร้าง

กองเก็บวัสดุอย่างไรไม่เสียหาย
       หลังจากที่ตระเตรียมพื้นที่ในการอยู่อาศัยแล้ว พื้นที่กองเก็บวัสดุก็มีความสำคัญสำหรับไซต์งานก่อสร้างเช่นกัน ควรมีการเตรียมพื้นที่ว่างเพื่อกองเก็บวัสดุต่างๆ เนื่องจากระหว่างการก่อสร้างมีทั้งการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากหรือต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ การกองเก็บไม่เป็นที่อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ค่ะ

       กรณีที่พื้นที่ก่อสร้างมีขนาดเล็ก อาจไม่สามารถสร้างโรงเรือนเก็บวัสดุได้ สามารถแก้ปัญหาโดยใช้วิธีแบ่งสัดส่วนพื้นที่ก่อสร้างสักส่วนหนึ่งเพื่อใช้กองเก็บวัสดุ ซึ่งควรเป็นบริเวณที่รถส่งของสามารถเข้าถึงได้สะดวก และควรเป็นที่ที่สามารถนำวัสดุออกมาใช้งานได้สะดวกด้วยเช่นกัน แต่หากพื้นที่ก่อสร้างมีขนาดใหญ่อาจก่อสร้างเป็นโรงเรือนเก็บสินค้าเพื่อความมิดชิดก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้จากการจัดแบ่งพื้นที่เพื่อเก็บวัสดุก่อสร้างแล้ว ควรเลือกสถานที่กองเก็บในบริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึงหรือจัดทำฐานวางวัสดุเพื่อไม่ให้สัมผัสกับความชื้นของดินโดยตรง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับวัสดุบางประเภท ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานได้ในอนาคตจากนั้นหาผ้าใบคลุมให้มิดชิด เพื่อป้องกันความชื้นและสภาพภูมิอากาศต่างๆ

ภาพ: ตัวอย่างการกองเก็บวัสดุต่างๆ

เตรียมระบบน้ำในพื้นที่ให้ดีก่อนเริ่มก่อสร้าง
       กรณีสร้างบ้านใหม่บนพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรือไม่เคยขอใช้น้ำประปามาก่อน ต้องทำเรื่องขอใช้น้ำประปาชั่วคราว เพื่อใช้ในการดำเนินการก่อสร้างซึ่งโดยทั่วไปผู้รับเหมาก่อสร้างจะเป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้ ส่วนค่าใช้จ่ายรายเดือนก็แล้วแต่ตกลงกัน

       แต่ หากเป็นกรณีก่อสร้างบนพื้นที่บ้านเดิม เจ้าหน้าที่การประปาอาจทำการแจ้งให้เจ้าของบ้านเปลี่ยนประเภทมาตรวัดน้ำจากมาตรวัดถาวรมาเป็นมาตรวัดชั่วคราว โดยต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมหรือเงินประกันการใช้น้ำ ตามขนาดมาตรวัดน้ำของบ้านนั้นๆ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือสำหรับสถานที่ก่อสร้างที่มีใบอนุญาตก่อสร้างและสถานที่ที่ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียมทั้ง 2 ประเภทนี้ก็จะแตกต่างกัน หากเจ้าของบ้านท่านใดที่ไม่มีใบขออนุญาตฯ ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมสูงกว่าเจ้าของบ้านที่มีใบขออนุญาตฯมากพอสมควรทีเดียว ซึ่งโดยทั่วไปผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการประกันค่าใช้น้ำเพิ่มเติมในส่วนนี้อาจเป็นได้ทั้งเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาก่อสร้างแล้วแต่ตกลงกัน ทั้งนี้เมื่อการก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ เจ้าของบ้านก็สามารถไปแจ้งเปลี่ยนประเภทมาตรวัดน้ำกลับมาเป็นแบบถาวรได้ดังเดิม

แต่หากเจ้าของบ้านไม่ยื่นเปลี่ยนแปลงประเภทมาตรวัดน้ำตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด ทางการประปาจะทำการตัดการจ่ายน้ำสำหรับพื้นที่นั้นๆ ทันที ซึ่งหากเจ้าของบ้านต้องการขอใช้น้ำอีกครั้งต้องทำเรื่องขอติดตั้งน้ำประปาใหม่ ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายเหมือนการขอติดตั้งใหม่ทุกประการ 

ภาพ: แสดงข้อมูล อัตราค่าติดตั้งน้ำประปาใหม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา http://www.mwa.co.th

จัดเตรียมระบบไฟฟ้ามาให้พร้อม
       ส่วนกรณีระบบไฟฟ้า หากเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยมีการขอใช้ไฟฟ้าอยู่เลย ต้องทำการขอมิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราวซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าการขอมิเตอร์ไฟฟ้าแบบถาวร แต่ในกรณีพื้นที่ใดที่มีการต่อไฟฟ้าเข้าพื้นที่ก่อสร้างอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำการขอใหม่ยกเว้นกรณีที่ต้องทำการใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณมากเพื่อใช้ในการก่อสร้าง ควรทำการขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับก่อสร้าง

       สำหรับระบบไฟฟ้าก็เช่นกัน หากเป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่เคยมีการขอใช้ไฟฟ้ามาก่อน ผู้รับเหมามักจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการติดต่อและรับภาระค่าใช้จ่ายในการขอใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการก่อสร้าง ส่วนค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้ารายเดือนนั้นก็แล้วแต่การตกลงกันตามสัญญา

       แต่หากเป็นพื้นที่ที่มีเจ้าของบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างด้วย ในกรณีที่ต้องทำการเพิ่มขนาดมิเตอร์เพื่อใช้ในการก่อสร้าง ผู้ที่ทำการเดินเรื่องขอใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมและเป็นผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายไฟฟ้ารายเดือนส่วนใหญ่มักจะเป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้าน (หรือบางกรณีอาจเป็นผู้รับเหมาดำเนินการให้และคิดค่าดำเนินการตามที่ระบุในสัญญา)

       การเตรียมพื้นที่สำหรับงานก่อสร้างถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งในการก่อสร้าง เพราะถึงแม้บางประเด็นจะไม่ได้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าของบ้านโดยตรง แต่หากเจ้าของบ้านทุกท่านได้ทราบถึงข้อมูลสำคัญเพื่อใช้ในการพิจารณาและเตรียมการไว้ก่อนเสียแต่เนิ่นๆ ก็อาจช่วยลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยคลายความกังวลใจของเจ้าของบ้านทุกท่านก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนเริ่มสร้างบ้านในฝันของเราต่อไป



เตรียมพื้นที่ให้พร้อมก่อนเริ่มก่อสร้าง

การเตรียมพื้นที่ให้พร้อมก่อนการก่อสร้างบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ก่อสร้าง สถานที่กองเก็บวัสดุ งานระบบภายในบ้าน รวมถึงระบบไฟฟ้า เพื่อช่วยคลายความกังวลข้อข้องใจต่างๆ ของเจ้าของบ้านลง และช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

        “บ้าน” หนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญ รวมถึงอาจจะเป็นเป้าหมายอันสูงสุดของใครหลายๆ คน การที่จะได้บ้านสักหลังหนึ่งนั้นประกอบด้วยปัจจัยสำคัญต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ ที่ดิน รูปแบบบ้าน ตลอดจนขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งบางขั้นตอนก็มักจะทำให้เจ้าของบ้านปวดหัวหรือมีปัญหาบางประการที่ทำให้คิดไม่ตกอยู่มากพอสมควร ยิ่งสำหรับท่านที่มีที่ดินเป็นของตนเองและยังต้องการที่จะปลูกบ้านบนที่ดินที่มี อาจจะต้องมีประเด็นที่ต้องเตรียมความพร้อมมากกว่าการซื้อบ้านสำเร็จรูปอยู่สักหน่อย โดยเฉพาะเมื่อถึงขั้นตอนที่ต้องทำการเตรียมพื้นที่ก่อนเข้าสู่การก่อสร้าง ซึ่งสามารถแบ่งได้หลายประเด็นจะมีอะไรบ้างนั้น ตามเรามาเลยค่ะ 

ก่อนจะเริ่มต้องเพิ่มเติมอะไรบ้าง
เตรียมพื้นที่ก่อสร้างใหม่บนที่ดินว่างเปล่า
       กรณีที่เจ้าของบ้านต้องการสร้างบ้านบนที่ดินว่างเปล่าที่มีอยู่เดิมแล้วนั้น กรณีนี้อาจจะไม่ยุ่งยากมากนักเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการรื้อถอนหรือย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่ก่อสร้างเดิม แต่อาจมีประเด็นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมคือการปรับระดับพื้นที่หรือการถมที่ดินก่อนเริ่มก่อสร้างนั่นเอง ก่อนอื่นควรทำการกำหนดระดับความสูงของการถมที่ดินที่ต้องการ โดยพิจารณาจากพื้นที่โดยรอบ อาทิ ระดับของพื้นถนนใกล้เคียง หรือในกรณีที่เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง โดยอาจจะพิจารณาความสูงของระดับน้ำที่เคยท่วมพื้นที่ด้วยเพื่อประกอบการตัดสินใจ เมื่อทราบระดับความสูงของดินที่ต้องการถมแล้ว ลำดับถัดมาคือระยะเวลาที่ต้องทิ้งพื้นที่ไว้เมื่อถมดินเรียบร้อยแล้ว หากต้องการถมที่ระดับความสูงมากกว่า 50 ซม.ขึ้นไปไม่ควรทำการก่อสร้างเลยทันที ควรทิ้งระยะเวลาให้ผ่านฝนไปสักฤดูกาลหนึ่ง เพื่อให้หน้าดินมีการเซตตัวและไม่เกิดการทรุดตัวมากนักในระยะยาว หลายท่านๆ คงเคยประสบปัญหาดินรอบบ้านทรุดจนเห็นโพรงใต้บ้าน ส่วนใหญ่ก็มักเกิดจากกรณีที่ถมดินสูงและไม่ทิ้งระยะเวลาหลังจากถมดิน ส่งผลเกิดปัญหาดังกล่าวนั่นเองค่ะ

กรณีสร้างบ้านใหม่บนที่ดินที่เคยมีบ้านเดิมอยู่
       สำหรับหลายๆ ท่านที่มีแผนสร้างบ้านใหม่บนที่ดินที่เคยมีบ้านเดิมอยู่ ควรเตรียมการหาที่อยู่สำรองที่ไม่ไกลจากสถานที่ก่อสร้างมากนัก เพื่อความสะดวกสบายในการย้ายสิ่งของจากบ้านเดิมเมื่อถึงเวลาที่ต้องรื้อถอนและอีกทั้งยังสามารถที่จะเดินทางมาตรวจสอบไซต์งานระหว่างการก่อสร้างบ้านใหม่ได้ไม่ยาก นอกจากนี้ในบางกรณีอาจต้องมีการตระเตรียมพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับทีมงานที่จะเข้ามาก่อสร้างด้วย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของทีมงานและเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการก่อสร้าง

       แต่ในกรณีที่เจ้าของบ้านทำการรื้อถอนแค่บางส่วนแต่ยังมีส่วนที่อยู่อาศัยได้ และต้องการอยู่อาศัยภายในพื้นที่ก่อสร้างด้วยนั้น ควรทำการตรวจสอบและพิจารณาขนาดพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคเดิมในพื้นที่นั้นๆ  เสียก่อน อาทิเช่น จำนวนห้องน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ว่าเพียงพอต่อการใช้งานของผู้ที่ต้องอยู่อาศัยบริเวณพื้นที่ก่อสร้างหรือไม่ เนื่องจากบางส่วนอาจต้องมีการรื้อถอนอาคารและงานระบบบางส่วนออกเพื่อเตรียมก่อสร้าง จึงควรมีการวางแผนในการจัดวางพื้นที่เพื่อเตรียมการอยู่อาศัยเสียก่อน เพื่อจะได้จัดลำดับการรื้อถอนและก่อสร้างบริเวณต่างๆ ได้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของเจ้าของบ้านในขณะที่มีการก่อสร้างนั่นเอง

       นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องฝุ่น ควัน เสียง และอันตรายจากการก่อสร้างที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยและเพื่อนบ้านไม่ปลอดภัย จึงควรป้องกันโดยแยกพื้นที่ก่อสร้างออกจากพื้นที่อยู่อาศัยอย่างเด็ดขาด และกั้นพื้นที่ก่อสร้างให้มิดชิด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านควรแจ้งผู้รับเหมาให้ดำเนินการก่อนเริ่มก่อสร้าง โดยอาจเลือกใช้เป็นผ้าใบ เมทัลชีท หรือวัสดุอื่นๆ ให้เหมาะสมกับความสูงของอาคารที่จะก่อสร้างโดยพิจารณาควบคู่กับมลภาวะที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างด้วย เพราะถึงแม้ทางกฏหมายจะกำหนดให้เฉพาะอาคารขนาดใหญ่ต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ก็จริง แต่สำหรับบ้านพักอาศัยหรืออาคารขนาดเล็กก็ควรจะใส่ใจและให้ความสำคัญกับการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยรอบด้านเช่นกัน
 

ภาพ: ตัวอย่างการกั้นพื้นที่ก่อสร้าง

กองเก็บวัสดุอย่างไรไม่เสียหาย
       หลังจากที่ตระเตรียมพื้นที่ในการอยู่อาศัยแล้ว พื้นที่กองเก็บวัสดุก็มีความสำคัญสำหรับไซต์งานก่อสร้างเช่นกัน ควรมีการเตรียมพื้นที่ว่างเพื่อกองเก็บวัสดุต่างๆ เนื่องจากระหว่างการก่อสร้างมีทั้งการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากหรือต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ การกองเก็บไม่เป็นที่อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ค่ะ

       กรณีที่พื้นที่ก่อสร้างมีขนาดเล็ก อาจไม่สามารถสร้างโรงเรือนเก็บวัสดุได้ สามารถแก้ปัญหาโดยใช้วิธีแบ่งสัดส่วนพื้นที่ก่อสร้างสักส่วนหนึ่งเพื่อใช้กองเก็บวัสดุ ซึ่งควรเป็นบริเวณที่รถส่งของสามารถเข้าถึงได้สะดวก และควรเป็นที่ที่สามารถนำวัสดุออกมาใช้งานได้สะดวกด้วยเช่นกัน แต่หากพื้นที่ก่อสร้างมีขนาดใหญ่อาจก่อสร้างเป็นโรงเรือนเก็บสินค้าเพื่อความมิดชิดก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้จากการจัดแบ่งพื้นที่เพื่อเก็บวัสดุก่อสร้างแล้ว ควรเลือกสถานที่กองเก็บในบริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึงหรือจัดทำฐานวางวัสดุเพื่อไม่ให้สัมผัสกับความชื้นของดินโดยตรง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับวัสดุบางประเภท ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานได้ในอนาคตจากนั้นหาผ้าใบคลุมให้มิดชิด เพื่อป้องกันความชื้นและสภาพภูมิอากาศต่างๆ

ภาพ: ตัวอย่างการกองเก็บวัสดุต่างๆ

เตรียมระบบน้ำในพื้นที่ให้ดีก่อนเริ่มก่อสร้าง
       กรณีสร้างบ้านใหม่บนพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรือไม่เคยขอใช้น้ำประปามาก่อน ต้องทำเรื่องขอใช้น้ำประปาชั่วคราว เพื่อใช้ในการดำเนินการก่อสร้างซึ่งโดยทั่วไปผู้รับเหมาก่อสร้างจะเป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้ ส่วนค่าใช้จ่ายรายเดือนก็แล้วแต่ตกลงกัน

       แต่ หากเป็นกรณีก่อสร้างบนพื้นที่บ้านเดิม เจ้าหน้าที่การประปาอาจทำการแจ้งให้เจ้าของบ้านเปลี่ยนประเภทมาตรวัดน้ำจากมาตรวัดถาวรมาเป็นมาตรวัดชั่วคราว โดยต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมหรือเงินประกันการใช้น้ำ ตามขนาดมาตรวัดน้ำของบ้านนั้นๆ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือสำหรับสถานที่ก่อสร้างที่มีใบอนุญาตก่อสร้างและสถานที่ที่ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียมทั้ง 2 ประเภทนี้ก็จะแตกต่างกัน หากเจ้าของบ้านท่านใดที่ไม่มีใบขออนุญาตฯ ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมสูงกว่าเจ้าของบ้านที่มีใบขออนุญาตฯมากพอสมควรทีเดียว ซึ่งโดยทั่วไปผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการประกันค่าใช้น้ำเพิ่มเติมในส่วนนี้อาจเป็นได้ทั้งเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาก่อสร้างแล้วแต่ตกลงกัน ทั้งนี้เมื่อการก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ เจ้าของบ้านก็สามารถไปแจ้งเปลี่ยนประเภทมาตรวัดน้ำกลับมาเป็นแบบถาวรได้ดังเดิม

แต่หากเจ้าของบ้านไม่ยื่นเปลี่ยนแปลงประเภทมาตรวัดน้ำตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด ทางการประปาจะทำการตัดการจ่ายน้ำสำหรับพื้นที่นั้นๆ ทันที ซึ่งหากเจ้าของบ้านต้องการขอใช้น้ำอีกครั้งต้องทำเรื่องขอติดตั้งน้ำประปาใหม่ ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายเหมือนการขอติดตั้งใหม่ทุกประการ 

ภาพ: แสดงข้อมูล อัตราค่าติดตั้งน้ำประปาใหม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา http://www.mwa.co.th

จัดเตรียมระบบไฟฟ้ามาให้พร้อม
       ส่วนกรณีระบบไฟฟ้า หากเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยมีการขอใช้ไฟฟ้าอยู่เลย ต้องทำการขอมิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราวซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าการขอมิเตอร์ไฟฟ้าแบบถาวร แต่ในกรณีพื้นที่ใดที่มีการต่อไฟฟ้าเข้าพื้นที่ก่อสร้างอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำการขอใหม่ยกเว้นกรณีที่ต้องทำการใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณมากเพื่อใช้ในการก่อสร้าง ควรทำการขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับก่อสร้าง

       สำหรับระบบไฟฟ้าก็เช่นกัน หากเป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่เคยมีการขอใช้ไฟฟ้ามาก่อน ผู้รับเหมามักจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการติดต่อและรับภาระค่าใช้จ่ายในการขอใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการก่อสร้าง ส่วนค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้ารายเดือนนั้นก็แล้วแต่การตกลงกันตามสัญญา

       แต่หากเป็นพื้นที่ที่มีเจ้าของบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างด้วย ในกรณีที่ต้องทำการเพิ่มขนาดมิเตอร์เพื่อใช้ในการก่อสร้าง ผู้ที่ทำการเดินเรื่องขอใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมและเป็นผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายไฟฟ้ารายเดือนส่วนใหญ่มักจะเป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้าน (หรือบางกรณีอาจเป็นผู้รับเหมาดำเนินการให้และคิดค่าดำเนินการตามที่ระบุในสัญญา)

       การเตรียมพื้นที่สำหรับงานก่อสร้างถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งในการก่อสร้าง เพราะถึงแม้บางประเด็นจะไม่ได้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าของบ้านโดยตรง แต่หากเจ้าของบ้านทุกท่านได้ทราบถึงข้อมูลสำคัญเพื่อใช้ในการพิจารณาและเตรียมการไว้ก่อนเสียแต่เนิ่นๆ ก็อาจช่วยลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยคลายความกังวลใจของเจ้าของบ้านทุกท่านก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนเริ่มสร้างบ้านในฝันของเราต่อไป

บทความที่แล้ว
​เตรียมพร้อมลงมือก่อสร้าง และตรวจรับบ้านสร้างเสร็จ
1-เตรียมพร้อมลงมือก่อสร้าง-และตรวจรับบ้านสร้างเสร็จ.jpg


บทความถัดไป
10 ลำดับขั้นตอนการก่อสร้างบ้าน
2-10ลำดับขั้นตอนการก่อสร้างบ้าน.jpg


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ควรตัดสินใจเลือกใช้วัสดุก่อสร้างในขั้นตอนใด?
1-ควรตัดสินใจเลือกใช้วัสดุก่อสร้างในขั้นตอนใด-(1).jpg



 



ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ