โซลาร์ รูฟ  การลงทุนที่คุ้มค่า สำหรับธุรกิจในระยะยาว

        ในการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจภาคอุตสาหกรรม โรงงาน โชว์รูม หรือองค์กรต่างๆ ก็ต้องมีต้นทุนเพื่อใช้ขับเคลื่อนและใช้พัฒนาธุรกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ซึ่งการใช้ต้นทุนไปกับพลังงานไฟฟ้าก็นับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ใช้ขับเคลื่อนให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ยิ่งขนาดของธุรกิจใหญ่ อย่างเช่น โรงงานอุตสาหกรรม ก็ต้องใช้ต้นทุนในการจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นไปด้วย จะดีกว่าไหมถ้าเราหันมาติดโซลาร์รูฟอาคารในองค์กร หรือติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์อาคารโรงงาน ไปจนถึงโชว์รูมรถยนต์ที่ติดตั้งโซลาร์รูฟ เพื่อประหยัดค่าไฟ และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานให้ธุรกิจของคุณ

        การหันมาให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานไฟฟ้าก็คือการประหยัดต้นทุนทางธุรกิจ แต่ในบางครั้งการลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพื่อช่วยลดต้นทุน ก็อาจทำให้เกิดการเสียโอกาสในส่วนการผลิตหรือเสียประสิทธิภาพในการทำงานไปได้ ด้วยเหตุนี้ เอสซีจี จึงได้มีการพัฒนาระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี  (SCG Solar Roof Solutions) ที่ตอบโจทย์ในการลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าให้ธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบัน การติดตั้งโซลาร์รูฟ ถือเป็นเทรนใหม่ที่น่าสนใจ ทั้งธุรกิจโรงงาน อุตสาหกรรม แม้แต่ธุรกิจทางด้านโชว์รูมขายรถ ต่างก็ให้ความสนใจ และเลือกที่จะติดตั้งโซลาร์รูฟอาคารโรงงาน โซลาร์ รูฟท็อปโชว์รูมรถยนตร์ เพื่ือช่วยประหยัดพลังงาน แถมเป็นการลงทุนระยะยาวที่ดีอีกด้วย

        เอสซีจี มีการให้บริการติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี  (SCG Solar Roof Solutions) สำหรับอาคารและโรงงานแบบครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาด้านการจัดการพลังงานของธุรกิจอย่างยั่งยืน และยังเพิ่มความมั่นใจด้วยนวัตกรรมโซลาร์ รูฟ มาตรฐาน เอสซีจี เช่น แผงโซลาร์มาตรฐาน Tier 1 ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าเมื่อลงทุนติดตั้งหลังคาโซลาร์ เอสซีจีแล้วจะคุ้มค่าต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

ติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี แบบครบวงจร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้

        1. การสำรวจพื้นที่หน้างาน และการตรวจวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าตามจริง

        2. การออกแบบ Energy Solution ตามการใช้พลังงานไฟฟ้าของธุรกิจ เพื่อลดโหลดการใช้ไฟฟ้าเบื้องต้น ก่อนการออกแบบระบบโซลาร์ให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด

        3. บริการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน Financial Options ให้คำปรึกษาด้านการขอสินเชื่อและการขอสิทธิ์ BOI เพื่อการลงทุนที่คุ้มค่า

        4. ติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ด้วยทีมงานมืออาชีพและอุปกรณ์คุณภาพ จึงการันตีได้ในเรื่องความปลอดภัย ด้วยมาตรฐานเอสซีจี

        5. ควบคุมงานด้วยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ จากเอสซีจี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนในการทำงานปลอดภัยและได้มาตรฐานระดับสากล

        6. ตรวจเช็คการทำงานของระบบ เพื่อให้แน่ใจว่างานติดตั้งนั้นเรียบร้อย ก่อนส่งมอบงาน

        ในฐานะที่คุณธนภูมิ จงอุดมเกียรติ เป็นหนึ่งในวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านระบบโซลาร์ จากเอสซีจี ได้อธิบายถึงความสำคัญและยกตัวอย่างของ Energy Solution รูปแบบต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น  ซึ่งคุณธนภูมิกล่าวว่า “การใช้พลังงานในกิจการแต่ละประเภทนั้นมีความแตกต่างกันครับ ดังนั้นการทำ Energy Solution จึงมีความสำคัญที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าให้ลดลง ก่อนที่จะดีไซน์ระบบโซลาร์”

คุณธนภูมิได้อธิบายตัวอย่างของ Energy Solution รูปแบบต่าง ๆ  ให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้
​​​​​​​
        - การปรับปรุงประสิทธิภาพของกรอบอาคาร (Building Envelop System)
เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารมากจนเกิดไป และเพื่อลดการทำงานของระบบปรับอากาศ

        -การปรับปรุงระบบแสงสว่าง (Efficiency Lighting System) เพื่อการปรับปรุงแสงสว่างให้เหมาะสมกับการใช้งาน และเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

        - การบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้า (Load Management) การจัดการการโหลดไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาให้เหมาะสม เพื่อลดความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุดในกิจการ ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้

        - การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมอเตอร์ (Motor Efficiency) การปรับปรุงประสิทธิภาพต้นกำลังทางไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

        นอกจากมุมมองของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังมีมุมมองของเจ้าของกิจการ อย่างคุณรัฐนินท์ เตชะไชยสิทธิ์ เจ้าของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ทำการติดตั้งระบบโซลาร์ รูฟ เอสซีจี ให้กับอาคาร เพื่อลดต้นทุนค่าพลังงานไฟฟ้า

        ซึ่งคุณรัฐนินท์เล่าว่า “ต้นทุนค่าพลังงานไฟฟ้าของเรา อยู่ที่ 20-25%  เราก็เลยมาติดตั้งระบบโซลาร์ รูฟครับ สาเหตุที่เลือกเอสซีจีก็คือ โซลาร์ รูฟ เป็นการรับประกันที่ยาวนาน เราจึงต้องเลือกบริษัทฯ ที่มีความมั่นคง ความเชื่อมั่น เพราะเอสซีจี ยึดถือคำว่าคุณภาพเสมอ”

        คุณรัฐนินท์กล่าวต่อว่า “หลังจากเราติดตั้งเสร็จ คือค่าพลังงานลดลง ในขณะที่เรายังให้บริการลูกค้าได้เต็มที่ ผมมองว่าเราจะสามารถคืนทุนได้ใน 6 ปี แต่ระบบโซลาร์เซลล์ใช้งานได้ 25 ปี แปลว่าเรายังมีเวลาได้กำไรจากระบบเกือบ 20 ปี นั่นคือการลงทุนที่คุ้มค่าแน่นอน” 

        เพื่อสนับสนุนให้เกิดความมั่นใจว่าธุรกิจของคุณจะดำเนินไปด้วยความราบรื่น เมื่อติดตั้งหลังคาระบบโซลาร์ เอสซีจีเป็นที่เรียบร้อย ทางเอสซีจี โซลูชั่นจึงรับประกันแผงโซลาร์ยาวนานถึง 25 ปี พร้อมการบำรุงรักษานาน 3 ปี นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่จะลดค่าใช้จ่ายในเรื่องพลังงานไฟฟ้า สามารถจัดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นำพาให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน 

        สำหรับท่านเจ้าของธุรกิจที่สนใจการลงทุนที่คุ้มค่า ด้วยการติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี สามารถติดต่อได้ที่ SCG Experience , SCG Home Solution , SCG Roofing Center  และ SCG Home บุญถาวร ทั่วประเทศ หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCG HOME Contact Center 02-586-2222   ลงทะเบียนขอรับคำปรึกษาฟรี  คลิก 



7.5K   Favorite   Print   Share  
            Change Password Change Password link-social signin-popupnew